บทลงโทษข่าวปลอม! SM Entertainment ชนะคดี 'Sojang' ศาลสั่งชดใช้ 170 ล้านวอน ปมละเมิดสิทธิศิลปิน aespa, EXO และ Red Velvet

ศาลสั่งปรับหนัก! SM Entertainment ชนะคดีฟ้องร้องเจ้าของช่อง "Sojang" ปมแพร่ข่าวปลอมทำลายชื่อเสียง aespa, EXO และ Red Velvet เช็กรายละเอียดค่าเสียหายที
SM Entertainment ชนะคดีฟ้องร้อง YouTuber ช่อง Sojang ปี 2026

ชัยชนะครั้งสำคัญของวงการ K-Pop! SM Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าของช่อง YouTube ชื่อดังอย่าง "Sojang" ซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่กระจายข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับศิลปินในสังกัดมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้ดำเนินรายการช่อง Sojang (นามสกุลพัค) จ่ายค่าเสียหายรวมกว่า 170 ล้านวอน (ประมาณ 4.5 ล้านบาท) เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกียรติยศและสิทธิส่วนบุคคลของศิลปินกลุ่มดังอย่าง aespa, EXO และ Red Velvet

รายละเอียดคำพิพากษา: บทลงโทษที่มากกว่าแค่ค่าปรับ

ศาลระบุว่าพฤติกรรมของจำเลยเข้าข่ายการหมิ่นประมาทโดยเจตนาและไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต โดยมีรายละเอียดบทลงโทษดังนี้:

  • ค่าเสียหายแก่ศิลปิน: สั่งปรับจำนวน 130 ล้านวอน สำหรับการโจมตีตัวบุคคลและละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกวง aespa, Red Velvet และ EXO
  • ค่าเสียหายแก่บริษัท: สั่งปรับเพิ่มอีก 40 ล้านวอน ให้แก่ SM Entertainment ในข้อหาขัดขวางการดำเนินธุรกิจและทำลายมูลค่าแบรนด์ของศิลปิน
  • โทษจำคุก: ศาลยืนกรานโทษจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี พร้อมสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมอีก 120 ชั่วโมง

บรรทัดฐานใหม่ในการจัดการ "Fake News" ในวงการบันเทิง

คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญในการจัดการกับบัญชีโซเชียลมีเดียที่ทำมาหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น ก่อนหน้านี้ค่ายเพลงอย่าง Starship Entertainment (ในกรณีของ Jang Wonyoung วง IVE) ก็เคยได้รับชัยชนะเหนือ Sojang มาแล้วเช่นกัน การที่ SM Entertainment ยืนหยัดต่อสู้คดีจนถึงที่สุดเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิดจะแพร่ข่าวลือในอนาคต

ทางด้าน SM Entertainment ได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่า "บริษัทจะยังคงดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ละเมิดสิทธิและทำลายชื่อเสียงของศิลปิน เพื่อปกป้องสภาพจิตใจและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีที่สุด"

ข่าวนี้ไม่เพียงแต่สร้างความยินดีให้กับเหล่าแฟนคลับ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบของ YouTuber และอินฟลูเอนเซอร์ในเกาหลีใต้ให้มีความรอบคอบและเคารพสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้น

แชร์โพสต์: