|
มหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างค่ายเพลง ADOR (บริษัทในเครือ HYBE) กับอดีตผู้บริหารและศิลปินยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 มีรายงานยืนยันว่าศาลเขตกลางกรุงโซลได้อนุมัติคำร้องของ ADOR ในการ "ยึดทรัพย์สินชั่วคราว" (Provisional Seizure) ของ มินฮีจิน (Min Hee-jin) อดีต CEO และ คุณแม่ของแดเนียล (Danielle) อดีตสมาชิกวง NewJeans
มาตรการทางกฎหมายครั้งนี้ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกฟ้องร้องทำการโอนย้ายหรือขายทรัพย์สินในระหว่างที่กระบวนการพิจารณาคดีเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาลยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของทางค่ายในการดำเนินคดีทางแพ่ง
เจาะรายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกสั่งอายัด
จากรายงานระบุว่า ทรัพย์สินที่ถูกสั่งอายัดชั่วคราวในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ในกรุงโซลและจังหวัดคยองกี โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 7 พันล้านวอน (ประมาณ 185 ล้านบาท) แบ่งเป็นดังนี้:
- มินฮีจิน: ทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 5 พันล้านวอน
- คุณแม่ของแดเนียล: ทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 2 พันล้านวอน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ADOR ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายมูลค่ากว่า 4.31 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กิจกรรมของวง NewJeans ต้องหยุดชะงักและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบริษัท
สถานะล่าสุดของสัญญาและการพิจารณาคดี
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2025 ADOR ได้ประกาศยุติสัญญาผูกขาดกับแดเนียลอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ อย่าง แฮริน, ฮเยอิน และฮันนิ ได้กลับมาดำเนินกิจกรรมภายใต้สังกัดเดิม ส่วนมินจียังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของคดีนี้เพิ่มมากขึ้น เมื่อทีมกฎหมายของ ADOR ได้ยื่นใบลาออกทั้งหมดเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดีนัดแรกในวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นกลยุทธ์ในการประวิงเวลาหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจภายในทีมกฎหมายใหม่
บทสรุปที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม K-Pop
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีความระหว่างศิลปินและต้นสังกัดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ K-Pop ไม่ใช่เพียงเพราะมูลค่าความเสียหายที่สูงลิ่ว แต่ยังรวมถึงประเด็นการต่อสู้เพื่ออิสระในการสร้างสรรค์และอำนาจการบริหารภายในโมเดล Multi-label ของ HYBE ที่กำลังถูกทดสอบอย่างหนักในขณะนี้
แฟนๆ และนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองการพิจารณาคดีที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอนาคตของทั้งตัวศิลปินและมาตรฐานการจัดการสัญญาในอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี