สำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีคุ้มครองสิทธิและชื่อเสียงของนักแสดงระดับท็อป คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 สถานีตำรวจโซลคังนัมได้ยื่นคำร้องขอหมายขังผู้ต้องหา พร้อมระบุผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการว่า ข่าวลือที่อ้างว่าคิมซูฮยอนเคยคบหากับอดีตนักแสดงผู้ล่วงลับ คิมแซรอน ในช่วงที่เธอเป็นผู้เยาว์นั้น "เป็นความจริงเท็จทั้งหมด"
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า นายคิมเซอึย หัวหน้าช่อง YouTube ชื่อดัง 'Garosero Research Institute' ได้จงใจแพร่กระจายข้อมูลอันเป็นเท็จนี้เพื่อผลประโยชน์ทางการเงินและยอดรายได้จาก YouTube ทั้งที่ตระหนักดีว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ซึ่งถือเป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
เปิดโปงกลโกง: ใช้เทคโนโลยี AI และตัดต่อแชท KakaoTalk สร้างหลักฐานปลอม
จากการตรวจสอบเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจพบว่าหลักฐานที่ทางช่องยูทูปดังกล่าวนำมาอ้างอิงในงานแถลงข่าวล้วนถูกสร้างขึ้นมาใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- คลิปเสียงที่สร้างจาก AI: ไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาที่ถูกนำมาเปิดเผย แท้จริงแล้วใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-generated audio) ในการปลอมแปลงเสียง
- การดัดแปลงภาพหน้าจอแชท: ข้อความในแอปพลิเคชัน KakaoTalk ถูกนำมาตัดต่อและเปลี่ยนชื่อคู่สนทนาให้แสดงผลเป็นชื่อของ "คิมซูฮยอน" เพื่อลวงให้ประชาชนหลงเชื่อ
นอกจากนี้ ทางตำรวจยังได้ควบคุมตัวทนายความที่เป็นตัวแทนของครอบครัวผู้ล่วงลับในฐานะผู้ร่วมขบวนการ เนื่องจากพบพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดในการจัดหาและส่งต่อข้อมูลดิบเพื่อนำไปดัดแปลงในลักษณะที่จัดตั้งขึ้นเป็นขบวนการ
ความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 17,400 ล้านวอน
แถลงการณ์จากตำรวจระบุว่า การเผยแพร่ข่าวลือเท็จในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออาชีพการงานและชีวิตส่วนตัวของคิมซูฮยอน ส่งผลให้แบรนด์สินค้าหลายรายประกาศยกเลิกสัญญาพรีเซนเตอร์ และมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งอันเนื่องมาจากข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตราเสื่อมเสียชื่อเสียงในสังคม โดยรวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นสูงถึง 1.74 หมื่นล้านวอน (หรือประมาณ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ดำเนินคดีข้อหาร้ายแรง นัดไต่สวน 26 พฤษภาคมนี้
ทางสำนักงานอัยการเขตกรุงโซลกลางได้ยื่นคำร้องขอหมายขังในข้อหาละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมความรุนแรงทางเพศ (รวมถึงการถ่ายภาพและเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต) โดยศาลกลางกรุงโซลมีกำหนดจัดงานไต่สวนเพื่อพิจารณาการออกหมายขังอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 นี้
ด้านนายคิมเซอึยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าการขอหมายขังของตำรวจเป็นการแทรกแซงและขัดขวางการทำหน้าที่สื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันความจำเป็นในการควบคุมตัวเนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีและทำลายพยานหลักฐาน รวมถึงการเตี๊ยมคำให้การระหว่างผู้ร่วมขบวนการ
อ้างอิงข้อมูลจาก: JoongAng Ilbo / Allkpop / Seoul Gangnam Police Station IR