ดราม่าลามชีวิตจริง! ร้านของทอดครอบครัว ดีแลน หวัง ยอดขายดิ่ง 40% หลังทัวร์ลงเซ่นปมขัดแย้งในรายการ The Inn 2026

ดราม่าพ่นพิษ! รายการ The Inn 2026 ทำพิษลามกระทบธุรกิจครอบครัว ดีแลน หวัง (Wang Hedi) พ่อเผยยอดขายร้านของทอดดิ่งฮวบ 40% หลังโดนชาวเน็ตถล่มรีวิวแง่ลบ
ดีแลน หวัง (Dylan Wang) และภาพหน้าร้านของทอดธุรกิจครอบครัวที่จีน
ร้านของทอดของครอบครัว ดีแลน หวัง (Dylan Wang) ประสบปัญหายอดขายลดลงอย่างรุนแรง หลังเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์จากรายการวาไรตี้

กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากตอนจบของรายการวาไรตี้ชื่อดัง The Inn 2026 ได้ลุกลามจากโลกดิจิทัลเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ล่าสุดสำนักข่าวชื่อดังของจีนอย่าง Cover News รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างพระเอกหนุ่มฮอต ดีแลน หวัง (Dylan Wang หรือ หวังเหอตี้) และนักแสดงสาว เสิ่นเย่ว (Shen Yue) ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวฝ่ายชาย

หลังจากที่ ดีแลน หวัง ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับความไม่สบายใจย้อนหลังต่อมุกตลกในรายการวาไรตี้ และตามมาด้วยคำชี้แจงอย่างสุภาพจาก เสิ่นเย่ว สถานการณ์บนโลกออนไลน์กลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด โดยในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ร้านอาหารของครอบครัวดีแลนที่มีชื่อว่า "Didi's Father's Fried Food" (Diba Youzha) ได้ถูกชาวเน็ตเข้าไปกระหน่ำรีวิวในแง่ลบ (Review Bomb) จนส่งผลต่อการดำเนินกิจการประจำวัน

คุณพ่อเปิดใจทั้งน้ำตา ยอดขายทรุดฮวบ-ไม่รู้ต้องทำอย่างไร

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ระบุว่า คุณพ่อของดีแลน หวัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความยากลำบากและความเครียดจากผลกระทบของไซเบอร์บูลลี่ในครั้งนี้ โดยยอดขายของร้านอาหารลดลงไปถึง 40% ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับรายได้ทั้งกะกลางวันและกะกลางคืนอย่างมาก

"เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป..." คุณพ่อของดาราดังกล่าวด้วยความสะเทือนใจ

ข่าวการดิ่งลงของยอดขายร้านอาหารนี้ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนเทรนด์ Weibo ทันที และจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในสังคมออนไลน์ของจีน โดยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบของคนดัง

ชาวเน็ตจีนเสียงแตก: ผลลัพธ์ของพฤติกรรม VS อย่าลามถึงครอบครัว

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่า ยอดขายที่ลดลงเป็นผลสะท้อนโดยตรงจากความรู้สึกของสาธารณชนที่มีต่อตัวศิลปิน โดยมองว่าการแสดงออกล่าสุดของดีแลน หวัง ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไป แฟนเพลงและประชาชนทั่วไปจึงเลือกที่จะไม่สนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือตัวตนของเขา

ในทางกลับกัน กระแสสังคมอีกฝ่ายที่กำลังขยายตัวเป็นวงกว้างกลับมองว่า ชาวเน็ตบางกลุ่มกำลังทำเกินกว่าเหตุ พร้อมเน้นย้ำว่า "ครอบครัวและธุรกิจส่วนตัวที่เป็นหน้าร้านไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยงกับดราม่าของแฟนคลับดารา" และการแยกแยะระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่แฟนคลับยุคใหม่ควรตระหนัก

วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงจีน เกี่ยวกับอิทธิพลของแฟนดอมและพลังของสื่อโซเชียลที่สามารถทำลายล้างธุรกิจในชีวิตจริงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Cover News China / Weibo Trending Report

แชร์โพสต์: