'ไซ สก็อต' เปิดหน้าชน! ยันหลักฐานคลิปเสียงล่วงละเมิดเป็นของจริง วอนสังคมโฟกัสปมทราวม่ามากกว่าเรื่องแย่งสมบัติ

ไซ สก็อต (Psi Scott) ออกโรงโต้กลับ! ยันคลิปเสียงหลักฐานการล่วงละเมิดเป็นของจริง ไม่มีการตัดต่อ เผยไม่ขอทนดูคลิปชี้แจงของพี่ชาย พร้อมวอนสังคมโฟกัสประเด
ไซ สก็อต (Psi Scott) ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวีชี้แจงประเด็นคลิปเสียงและข้อพิพาทครอบครัวสก็อต
ไซ สก็อต (Psi Scott) เปิดใจผ่านรายการโทรทัศน์ ยืนยันเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมจากบาดแผลในอดีต พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจจากทั้งในและต่างประเทศ

ดราม่าความขัดแย้งภายในครอบครัวสก็อต ระหว่าง ไซ สก็อต (Psi Scott) และพี่ชาย ไพ สุนิษฐ์ สก็อต (Pi Sunit Scott) ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยและสื่อบันเทิงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ไซ สก็อต ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งผ่านการให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าคลิปเสียงหลักฐานที่เคยโพสต์ลงโซเชียลมีเดียนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และไม่ใช่การตัดต่อหรือสร้างเรื่องขึ้นมาอย่างแน่นอน

ไซเปิดเผยว่า เนื้อหาในคลิปเสียงทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของบาดแผลและความทุกข์ทรมานที่เขาต้องเก็บกดไว้มาเป็นเวลานาน พร้อมทั้งปฏิเสธข้อครหาที่ว่าครอบครัวไม่สามารถติดต่อเขาได้ โดยชี้แจงว่าในช่วงที่เริ่มเตรียมกระบวนการทางกฎหมาย ฝ่ายตรงข้ามยังคงสามารถติดต่อเขาผ่านทางทนายความได้ตลอดเวลา ดังนั้นข้ออ้างที่ว่า "ติดต่อยาก" จึงไม่เป็นความจริง

ลั่นไม่ขอทนดูคลิปชี้แจงของ 'ไพ สุนิษฐ์' พร้อมแจงปม 'มายด์ ลภัสลัล' เรื่องที่ดินหัวหิน

เมื่อถูกพิธีกรถามถึงวิดีโอชี้แจงที่ ไพ สุนิษฐ์ ได้ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ไซตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า เขาเลือกที่จะไม่ดูวิดีโอดังกล่าว เพราะไม่ต้องการเห็นบุคคลที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้แก่เขาในอดีตอีกต่อไป

นอกจากนี้ ไซยังได้กล่าวถึงนักแสดงสาว มายด์ ลภัสลัล ที่หมู่นี้ออกมาเคลื่อนไหวและพูดถึงเอกสารสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงทรัพย์สินเกี่ยวกับบ้านหรูของครอบครัวที่หัวหิน โดยไซมองว่าจุดโฟกัสหลักของเรื่องนี้ไม่ควรถูกเบี่ยงเบนไปที่ประเด็นเรื่องทรัพย์สินหรือที่ดิน แต่ควรให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงและบาดแผลทางจิตใจ (Trauma) ที่เขาได้รับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ร้ายแรงกว่ามาก และหวังว่าสาธารณชนจะไม่มองเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ศึกสายเลือดแย่งชิงสมบัติ

ขอบคุณพลังใจช่วยเยียวยา कांटे ไม่ถือสาคนบันเทิงที่เคยเข้าข้างอีกฝ่าย

แม้ว่าคดีนี้จะก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ แต่ไซยอมรับว่าแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อนฝูงในวงการบันเทิง รวมถึงเพื่อนๆ จากต่างประเทศ ทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมาก ราวกับได้พบ "ตัวตนคนเดิม" ที่เคยสูญเสียไปจากความกลัวและฝันร้ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างโดดเดี่ยว

ที่น่าสนใจคือ ไซระบุว่าเขาไม่ได้โกรธเคืองหรือโทษกลุ่มดาราและคนดังที่เคยแสดงตัวซัพพอร์ตมายด์ ลภัสลัล ผ่านโซเชียลมีเดียในตอนแรก เนื่องจากเข้าใจดีว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดในขณะนั้น จึงไม่แปลกใจที่เห็นคนดังหลายท่านเริ่มทยอยลบความคิดเห็น ออกมาขอโทษ หรือชี้แจงเพิ่มเติมหลังจากกระแสสังคมเริ่มตีกลับและมีความชัดเจนมากขึ้น

แชร์โพสต์: