คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) ซูเปอร์สตาร์นักแสดงชายแถวหน้าของเกาหลีใต้ เตรียมพร้อมที่จะกลับมาดำเนินกิจกรรมในวงการบันเทิงอีกครั้ง โดยจะประเดิมด้วยการถ่ายทำโฆษณาตัวใหม่ ซึ่งถือเป็นตารางงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากที่เขาต้องหยุดพักงานไปนานร่วมปีเพื่อจัดการกับปัญหาทางกฎหมายและข่าวลือที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างรุนแรง
ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าว News1 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 เปิดเผยว่า คิมซูฮยอน มีกำหนดการที่จะเข้าร่วมการถ่ายทำโฆษณาให้กับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของประเทศฟิลิปปินส์อย่าง Bench ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ การเลือกกลับมารับงานโฆษณาเป็นสิ่งแรกได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นอย่างมาก เนื่องจากงานพรีเซนเตอร์โฆษณาจำเป็นต้องใช้ภาพลักษณ์สาธารณะที่สะอาดและน่าเชื่อถือของตัวนายแบบเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ ดังนั้นการที่ Bench ยังคงเลือกและไว้วางใจให้ คิมซูฮยอน ทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ต่อไป จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกอบกู้ชื่อเสียงของเขา
ความจริงปรากฏ ตำรวจจับกุมยูทูบเบอร์ช่องดังหลังพบใช้ AI ปลอมแปลงหลักฐานสถานการณ์ของ คิมซูฮยอน เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังจากที่ตำรวจได้ทำการจับกุม คิมเซอึย (Kim Se Ui) หัวหน้าช่อง YouTube ชื่อดัง Garo Sero Institute ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการแพร่กระจายข่าวลืออันเป็นเท็จ โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากกรณีที่ช่องดังกล่าวได้จัดทำรายการสดและแถลงข่าวซ้ำๆ เมื่อปีที่แล้วว่า คิมซูฮยอน กำลังคบหาดูใจกับ คิมแซรอน (Kim Sae Ron) อดีตนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ ตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นผู้เยาว์
จากการสืบสวนอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อสรุปว่า คิมเซอึย ได้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือสร้าง Generative AI ในการปลอมแปลงและเลียนเสียงของอดีตนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ รวมถึงมีการสร้างแชตล็อก KakaoTalk ปลอมขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิงความสัมพันธ์ ศาลจึงได้อนุมัติออกหมายจับเนื่องจากเล็งเห็นว่ามีความเสี่ยงในการทำลายหลักฐานและมีความเสี่ยงในการหลบหนี ก่อนที่จะปฏิเสธคำร้องขอตรวจสอบความถูกต้องของการควบคุมตัวของ คิมเซอึย ในวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
ต้นสังกัด Goldmedalist แถลงการณ์ส่งฟ้องข้อหาหนักทางด้าน Goldmedalist บริษัทต้นสังกัดของ คิมซูฮยอน ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน หลังจากทราบผลการสืบสวนของตำรวจ โดยระบุว่า ข้อหาต่างๆ ซึ่งรวมถึงการหมิ่นประมาทโดยการแจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ การสะกดรอยตาม (Stalking) การละเมิดกฎหมายลงโทษความรุนแรงทางเพศ รวมถึงการพยายามข่มขู่และกรรโชกทรัพย์ ได้รับการยอมรับและยืนยันความผิดจากทางตำรวจแล้ว และเมื่อพิจารณาจากความร้ายแรงของคดี ทางตำรวจจึงได้ส่งตัว คิมเซอึย ให้กับทางอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในสภาพที่ถูกควบคุมตัว
จับตาคดีแพ่งมูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านวอนจากกลุ่มผู้ผลิตโฆษณาในขณะนี้ ความสนใจของสาธารณชนและสื่อมวลชนได้เปลี่ยนทิศทางไปยังคดีความทางแพ่งที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยแผนกแพ่งที่ 14 ของศาลแขวงซูวอน มีกำหนดจะจัดเซสชันการพิจารณาคดีครั้งที่สามในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ สำหรับคดีเรียกร้องค่าเสียหายมูลค่า 3.96 พันล้านวอน (ประมาณ 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่บริษัทอาหารเพื่อสุขภาพ FromBio ได้ยื่นฟ้อง คิมซูฮยอน และ Goldmedalist ซึ่งการพิจารณาคดีทางแพ่งในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ คิมเซอึย ถูกจับกุม และคาดว่าผลการสืบสวนทางอาญาของตำรวจจะกลายเป็นข้อต่อสู้หลักที่มีน้ำหนักอย่างมากในชั้นศาล
ก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดข้อกล่าวหาดังกล่าว คิมซูฮยอน ได้ตัดสินใจหยุดกิจกรรมทั้งหมดในวงการ รวมถึงการระงับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องใหม่ของ Disney+ อย่าง Knock-Off ไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้เขายังต้องเผชิญกับคดีความทางแพ่งจากบริษัทโฆษณาหลายแห่ง เช่น FromBio, Cuckoo, Trendmaker, Classys, Eider และ Mido ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงกว่า 1 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเริ่มต้นทำงานใหม่อีกครั้งในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่คนในอุตสาหกรรมบันเทิงและแฟนๆ เฝ้ามองอย่างใกล้ชิดว่าเขาจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคทางกฎหมายแพ่งที่เหลืออยู่ได้สำเร็จหรือไม่