ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องพยายามคิดค้นกลยุทธ์แปลกใหม่เพื่อดึงดูดใจลูกค้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับเทรนด์การตลาดล่าสุดที่กำลังเป็นไวรัลในประเทศสิงคโปร์ เมื่อสถานออกกำลังกายหลายแห่งได้ปิ๊งไอเดียสุดแหวกแนว ด้วยการนำรูปภาพของนักแสดงชายชื่อดังจากประเทศจีน โดยเฉพาะพระเอกหนุ่มฮอตอย่าง จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe) มาติดตั้งในร้าน จนสามารถสร้างกระแสฮือฮาและดึงดูดให้ลูกค้าสาวๆ แห่มาใช้บริการกันอย่างล้นหลาม
จากรายงานของสื่อท้องถิ่นอย่าง เอเชียวัน (Asia One) เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา พบว่าสตูดิโอพิลาทิสหลายแห่งในสิงคโปร์มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เป็นผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเธอขยันมาออกกำลังกายกันมากขึ้นนั้น ไม่ใช่เพราะโปรแกรมการเทรนที่หนักหน่วง แต่เป็นเพราะพวกเธอมี เหล่าสามีแห่งชาติ จากซีรีส์จีนคอยนั่งจ้องตาและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดในทุกท่วงท่าของการฝึกซ้อม
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือสตูดิโอที่มีชื่อว่า E-Five Pilates ที่ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ โดยการนำภาพถ่ายพอร์ตเทรตความละเอียดสูงของนักแสดงชายจีนยอดนิยมหลายคน ไปแปะไว้ที่บริเวณส่วนปลายของเตียงหรือแผงควบคุมของเครื่องเล่นพิลาทิส ทำให้ในขณะที่ลูกค้ากำลังนอนฝึกซ้อมหรือยืดเหยียดร่างกาย สายตาของพวกเธอก็จะจับจ้องไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของดาราคนโปรดโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความเพลิดเพลินในการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ทางสตูดิโอ E-Five Pilates ยังได้โพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์สุดน่ารักผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง เสี่ยวหงชู (Xiaohongshu) โดยระบุตารางนัดหมายสุดฟินว่า วันจันทร์พบกับ จางหลิงเฮ่อ วันอังคารเป็นคิวของ หวังอี้ป๋อ และวันพุธเป็นของ เอ็ดดี้ เผิง ตลอดทั้ง 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ จะมีหนุ่มหล่อสไตล์ที่แตกต่างกันพร้อมที่จะสลับสับเปลี่ยนมาอยู่เคียงข้างและเป็นแรงผลักดันในการเสียเหงื่อให้กับทุกคน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดวิเคราะห์ว่า กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการหยิบยกกระแสความนิยมในวัฒนธรรมบันเทิงจีน หรือ ซีคอนเทนต์ (C-Content) ที่กำลังเติบโตอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาปรับใช้กับธุรกิจบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนบรรยากาศในสถานออกกำลังกายให้กลายเป็นพื้นที่ที่ตอบสนองความสุขทางใจของลูกค้า ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับแบรนด์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการแชร์ต่อบนโลกออนไลน์จนกลายเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth Marketing) ที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในยุคปัจจุบัน