กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่กำลังเดือดจัดบนแพลตฟอร์ม Weibo ประเทศจีน เมื่อมีกระแสข่าวลือหลุดออกมาว่า นักแสดงหญิงระดับแถวหน้าในกลุ่ม "85 หวา" (85 Huā) รายหนึ่ง ได้ทำการปาดหน้าเค้กเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ความงามชื่อดัง ด้วยการยอมลดค่าตัวลงถึง 30% หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า "ชีเจ๋อ" (qīzhé - จ่ายเพียง 7 ใน 10 ของราคาปกติ) ซึ่งการสืบหาความจริงของชาวเน็ตในครั้งนี้ได้ลากเอาสองซุปเปอร์สตาร์อย่าง หลิวอี้เฟย (Liu Yifei) และ หลิวซือซือ (Liu Shishi) เข้ามาสู่ใจกลางความขัดแย้ง
ชนวนเหตุนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 จากบัญชีผู้ใช้ปริศนาที่อ้างข้อมูลวงในว่า บิวตี้แบรนด์ระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับพรีเซนเตอร์คนเดิม และหันไปคว้าตัวดาราสาวในรุ่นราวคราวเดียวกันมาแทนที่ด้วยราคาจำกัด แม้จะไม่มีการระบุชื่ออย่างตรงไปตรงมา แต่เบาะแสทั้งหมดทำให้แฟน ๆ พุ่งเป้าไปที่ หลิวซือซือ ในฐานะคนเก่าที่หมดสัญญา และหลิวอี้เฟย ในฐานะแคนดิเดตพรีเซนเตอร์คนใหม่
ศึกแฟนดอมเดือด: ข้อถกเถียงเรื่องมูลค่าทางการค้าและศักดิ์ศรี
ฝั่งแฟนคลับของหลิวซือซือได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยใช้คำว่า "เจี่ยนโหล่ว" (jiǎnlòu) ซึ่งหมายถึงการฉวยโอกาสเก็บตกผลประโยชน์จากสถานการณ์ฝั่งตรงข้ามเพื่อแย่งชิงโปรเจกต์ใหญ่ในราคาถูก
ในทางกลับกัน แฟนคลับของหลิวอี้เฟยได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่น โดยมีการหยิบยกบทสัมภาษณ์ในอดีตของ หยูห่าว (Yu Hao) CEO ของแบรนด์ดังอย่าง Dreame ที่เคยระบุว่า หลิวอี้เฟยจัดอยู่ในกลุ่มศิลปินที่มีมูลค่าสัญญาพรีเซนเตอร์ (Endorsement Value) สูงที่สุดในประเทศจีน เทียบเท่ากับนักกีฬาระดับโลก ดังนั้น ข้ออ้างที่ว่าเธอต้องยอมลดราคาค่าตัวเพื่อแย่งงานจึงไม่มีความสมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ทางแบรนด์เองเป็นฝ่ายเลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับพรีเซนเตอร์คนเดิมตั้งแต่แรก แม้จะมีการเสนอเงื่อนไขลดราคาให้แล้วก็ตาม โดยมีการลือกันว่ากองถ่ายโฆษณาสำหรับพรีเซนเตอร์คนใหม่ได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 และคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
มุมมองจากคนในอุตสาหกรรม: การตลาดโฆษณาหรือแค่ข่าวลือสกัดดาวรุ่ง?
หากมองในมุมของนักวิเคราะห์ด้านการตลาดบันเทิง การเลือกพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ระดับนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "สงครามราคา" แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภค ปัจจุบันมูลค่าทางการค้าของหลิวอี้เฟยได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเธอถือครองสัญญาพรีเซนเตอร์ระดับโลก (Global Endorsement) มากกว่า 12 แบรนด์หรู อาทิ Louis Vuitton, Bulgari และ Jo Malone London ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้ข้อครหาเรื่องการยอมตัดราคาเพื่อรับงานดูมีน้ำหนักน้อยลง
สิ่งที่ต้องเน้นย้ำและพิจารณาให้ดีคือ ข้อมูลเรื่อง "การลดราคา 30%" นี้ ยังไม่มีการยืนยันจากตัวแทนอย่างเป็นทางการของทั้งฝั่งแบรนด์, ต้นสังกัดของหลิวอี้เฟย หรือต้นสังกัดของหลิวซือซือ แต่อย่างใด ข้อมูลเกือบทั้งหมดมาจากบัญชีนิรนามและการคาดเดาของแฟนดอม ซึ่งเป็นแพทเทิร์นคลาสสิกของ "Gossip Marketing" ที่มักจะเกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียจีนก่อนที่จะมีการประกาศเปิดตัวพรีเซนเตอร์รายใหญ่อยู่เสมอ
ความขัดแย้งรอบนี้ยังถูกเติมเชื้อไฟจากประเด็นดราม่าก่อนหน้า กรณีสไตล์การเปิดผ้าคลุมหัว (Veil) ของหลิวซือซือบนพรมแดงงาน Vogue ที่เคยเป็นข้อเปรียบเทียบระหว่างแฟนคลับทั้งสองฝ่าย ทำให้ข่าวลือเรื่องงานพรีเซนเตอร์ล่าสุดนี้กลายเป็นสมรภูมิรบครั้งใหม่บนโลกออนไลน์ที่ยังคงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันต่อไป
ที่มาของข้อมูล: บทวิเคราะห์แนวโน้มเทรนด์ Weibo / ข้อมูลเชิงสถิติแบรนด์ความงามจีน 2026