ยืดเยื้อ! หญิงญี่ปุ่นผู้ต้องหาคดีอนาจาร จิน BTS ยื่นคัดค้านตารางศาลเกาหลี ด้านทนายชี้อ้างไม่รู้กฎหมายฟังไม่ขึ้น

คดีคืบหน้า! หญิงชาวญี่ปุ่นผู้ต้องหาคดีลวนลาม จิน BTS ด้วยการฝืนจูบในงานกอดฟรี ยื่นคัดค้านตารางพิจารณาคดีของศาลเกาหลี ขณะที่ทนายชี้อ้างไม่รู้กฎหมายฟังไ
ศาลแขวงกรุงโซลฝั่งตะวันออก สถานที่พิจารณาคดีหญิงชาวญี่ปุ่นลวนลาม จิน BTS
แฟนคลับทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นยื่นคำร้องคัดค้านกำหนดการขึ้นศาลในคดีอนาจาร จิน BTS

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีสะเทือนใจแฟนคลับเคป็อปทั่วโลก กรณีที่ จิน (Jin) สมาชิกพี่ใหญ่แห่งวง BTS ถูกแฟนคลับชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งลวนลามด้วยการพยายามฝืนจูบในงานอีเวนต์กอดฟรี (Free Hug) เมื่อปี 2024 ล่าสุดมีรายงานว่าจำเลยชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าวได้ยื่นคัดค้านกำหนดการพิจารณาคดีของศาลเกาหลีใต้แล้ว ซึ่งสร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างมากเกี่ยวกับทิศทางของคดีนี้ในอนาคต

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2025 สำนักงานอัยการเขตกรุงโซลฝั่งตะวันออกได้ยื่นฟ้องหญิงชาวญี่ปุ่นรายนี้ (นามสมมติ เอ) ในข้อหากระทำการอนาจารโดยใช้กำลังบังคับโดยไม่มีการควบคุมตัว ซึ่งต่อมาแผนกคดีอาญาที่ 9 ของศาลแขวงกรุงโซลฝั่งตะวันออกได้วางแผนที่จะจัดการพิจารณาคดีจำนวนสองนัดในเดือนกรกฎาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า นางสาวเอ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านและสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับตารางเวลาดังกล่าวผ่านตัวแทนทางกฎหมายของเธอ ซึ่งในขณะนี้ศาลยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดว่าจะอนุมัติคำร้องคัดค้านนี้หรือไม่

เหตุการณ์ที่เป็นชนวนเหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2024 ณ ยิมเนเซียมในร่มจัมซิล เขตซงพา กรุงโซล ในระหว่างการจัดงานแฟนมีตติ้งกอดฟรีที่มีแฟนคลับผู้โชคดีเข้าร่วม 1,000 คน โดยนางสาวเอได้ฉวยโอกาสในระหว่างที่เข้าสวมกอด ดึงตัวจินและฝืนจูบไปที่แก้มของเขาอย่างแรง ซึ่งจากคลิปวิดีโอในงานจะเห็นได้ชัดว่าจินพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจอย่างมาก แต่นางสาวเอยังคงโพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวในภายหลังในทำนองว่า ริมฝีปากของฉันได้สัมผัสกับคอของจิน ผิวของเขานุ่มมาก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับคนอื่นๆ ที่มองว่าเป็นการคุกคามทางเพศศิลปินอย่างร้ายแรง

กลุ่มแฟนคลับที่เห็นเหตุการณ์จึงได้รวมตัวกันยื่นร้องเรียนผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนแห่งชาติของเกาหลีใต้ เพื่อขอให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำอนาจารในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น คดีนี้ถูกส่งต่อไปยังสถานีตำรวจซงพา ซึ่งได้เริ่มทำการสอบสวนและเรียกตัวนางสาวเอมาให้ปากคำ แต่เนื่องจากการสอบสวนต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ตำรวจจึงได้สั่งระงับการสอบสวนชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2026 จนกระทั่งต่อมานางสาวเอได้เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ด้วยความสมัครใจและเข้ารับการสอบสวน ซึ่งทางตำรวจซงพาพบว่าข้อหากระทำการอนาจารโดยใช้กำลังบังคับนั้นมีหลักฐานแน่นหนา จึงได้ส่งสำนวนคดีต่อให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องร้อง

จากการเปิดเผยระบุว่า ในช่วงแรกนางสาวเอได้ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าเธอไม่มีเจตนาทางอาญา และคิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการสัมผัสร่างกายตามปกติระหว่างแฟนคลับกับศิลปินชื่อดังเท่านั้น ทว่าพนักงานอัยการเกาหลีใต้ได้สรุปความเห็นว่าข้อหานี้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินคดี โดยไม่คำนึงถึงเจตนาที่จำเลยกล่าวอ้าง เนื่องจากเป็นการสัมผัสร่างกายที่เกิดขึ้นโดยที่เหยื่อไม่ได้ให้ความยินยอม พร้อมทั้งอ้างอิงถึงพฤติกรรมและการโพสต์ข้อความของเธอหลังเกิดเหตุประกอบด้วย

นอกจากนี้นางสาวเอยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง TBS News เกี่ยวกับการถูกสั่งฟ้องในครั้งนี้ โดยเธอกล่าวแสดงความไม่พอใจและระบุว่าเธอรู้สึกเสียใจมาก และไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าการกระทำเช่นนี้จะถูกนับว่าเป็นอาชญากรรมทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักข่าวกฎหมายของญี่ปุ่น Bengo4.com News ได้เผยแพร่ความเห็นของ มาซาฮิโร โอกุระ ทนายความชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้วิเคราะห์ข้อกฎหมายของคดีนี้โดยอ้างอิงถึงมาตรา 16 ของประมวลกฎหมายอาญาเกาหลีใต้ โดยระบุว่า คำให้การของนางสาวเอที่อ้างว่าไม่รู้กฎหมายนั้น ไม่น่าจะถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขอยกเว้นโทษทางอาญาได้ เนื่องจากตามหลักการแล้วการกระทำนี้เข้าข่ายความผิดฐานกระทำการอนาจารโดยใช้กำลังบังคับตามกฎหมายอาญาของเกาหลีใต้ ซึ่งมาตรา 16 ว่าด้วยความเข้าใจผิดในข้อกฎหมาย ระบุไว้ชัดเจนว่า การกระทำที่ทำลงไปโดยเชื่ออย่างผิดๆ ว่าไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย จะไม่ได้รับโทษก็ต่อเมื่อมีเหตุผลอันสมควรที่ทำให้เชื่อเช่นนั้นเท่านั้น นอกจากนี้ทนายความยังเสริมอีกว่า แม้จะพิจารณาภายใต้กฎหมายอาญาของประเทศญี่ปุ่นเอง คำกล่าวอ้างในลักษณะนี้ก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการพ้นผิดหรือลดหย่อนโทษได้เช่นเดียวกัน

เรื่องนี้จึงกลายเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญในวงการบันเทิงระดับโลกเกี่ยวกับขอบเขตและการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของศิลปิน ซึ่งหลังจากนี้ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ศาลแขวงกรุงโซลว่าจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคำร้องคัดค้านตารางเวลา และนางสาวเอจะเลือกใช้แนวทางใดในการต่อสู้คดีเมื่อการพิจารณาคดีเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

แชร์โพสต์: