กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของประเทศจีน เมื่อนักแสดงหญิงระดับท็อปสตาร์อย่าง ตี๋ลี่เร่อปา (Dilraba Dilmurat) มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าเธอเตรียมตัวที่จะไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับทางต้นสังกัดเดิมอย่าง Jaywalk Studio (Jiaxing Media) หลังจากที่ร่วมงานและสร้างผลงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน จนทำให้ชื่อของเธอทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนเทรนด์โซเชียลมีเดียในจีนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา
แม้ว่าในปัจจุบัน ทั้งทางฝั่งของ ตี๋ลี่เร่อปา และตัวแทนจากค่าย Jaywalk Studio จะยังไม่ได้มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เหล่านักวิเคราะห์และแฟนละครส่วนใหญ่ต่างเริ่มคาดเดาถึงก้าวต่อไปในอาชีพนักแสดงของเธอ หากเธอตัดสินใจที่จะเป็นนักแสดงอิสระหรือจัดตั้งทีมงานดูแลตัวเองอย่างเต็มตัวในอนาคต
ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนกและข่าวลือที่แพร่สะพัด ชาวเน็ตและสื่อท้องถิ่นในจีนยังได้เริ่มขุดคุ้ยและให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวทางด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินและธุรกิจส่วนตัวของซุปเปอร์สตาร์สาวรายนี้ โดยจากข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทที่มีการเผยแพร่พบว่า ตี๋ลี่เร่อปา มีความเกี่ยวข้องและมีชื่อเป็นเจ้าของธุรกิจรวมทั้งสิ้น 6 แห่งด้วยกัน
จากรายชื่อบริษัททั้งหมด มีรายงานว่ามีบริษัท 4 แห่งที่ได้สิ้นสุดการดำเนินกิจการและปิดตัวลงไปแล้ว ในขณะที่ยังคงมีบริษัทอีก 2 แห่งที่ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติและมีสถานะที่มั่นคง ซึ่งทั้งสองแห่งนี้เป็นสตูดิโอและศูนย์จัดงานวัฒนธรรมที่ ตี๋ลี่เร่อปา ถือหุ้นและเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ได้แก่ Shanghai Jingyan Film and Television Culture Studio และ Shanghai Reba Cultural Exchange Center
ในบรรดาธุรกิจที่ยังเปิดอยู่ บริษัทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญคือ Shanghai Jingyan Film and Television Culture Studio ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2017 สตูดิโอบันเทิงแห่งนี้เปิดดำเนินกิจการมายาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษ และถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการจัดการตารางงาน สัญญาพรีเซนเตอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงกิจกรรมด้านความบันเทิงทั้งหมดของเธอนอกเหนือจากงานที่บริหารโดยค่ายต้นสังกัด
การคงอยู่ของสตูดิโอส่วนตัวที่มั่นคงนี้ ทำให้นักลงทุนและแฟนคลับหลายคนเชื่อว่า ตี๋ลี่เร่อปา มีความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งในด้านเงินทุนและทีมงาน หากเธอเลือกที่จะยุติสัญญากับ Jaywalk Studio เพื่อออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมบันเทิงจีนที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของวงการบันเทิงและกระแสความนิยมของตัวเธอเองในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน