กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในวงการบันเทิงจีนทันที หลังจากที่ซีรีส์ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ที่หลายคนตั้งตารออย่าง Ashes to Crown หรือชื่อภาษาจีน Qiaochu ได้มีการเปิดเผยคะแนนบนแพลตฟอร์มวิจารณ์ภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังอย่าง Douban (โต้วบัน) ออกมาที่ 5.1 คะแนน จากผู้ร่วมลงคะแนนทั้งหมด 33,468 คน หลังจากที่ตัวซีรีส์ออกอากาศไปได้ 16 จากทั้งหมด 24 ตอน ซึ่งตัวเลขนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างรุนแรงในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ซีรีส์เรื่องนี้เป็นผลงานดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดังของนักเขียน Xi Xing เริ่มออกอากาศแบบเอ็กซ์คลูซีฟทางแพลตฟอร์ม Youku มาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2026 โดยได้สองนักแสดงนำชื่อดังอย่าง เฉินดูหลิง (Chen Duling) และ โจวยีรัน (Zhou Yiran) มารับบทนำ ซึ่งก่อนที่ซีรีส์จะออนแอร์นั้น แฟนๆ ต่างคาดหวังไว้สูงมาก เนื่องจากเป็นโปรเจกต์ที่รวมเอาองค์ประกอบยอดนิยมอย่างแนวคิดการเกิดใหม่ (Chong sheng) และการเชือดเฉือนกลยุทธ์ทางการเมืองที่ซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่เป็นไปตามคำโฆษณาที่ให้ไว้
สิ่งที่ทำให้คะแนน 5.1 นี้กลายเป็นที่น่าจับตามองไม่ใช่แค่เพียงตัวเลขที่ต่ำเกินคาด แต่เป็นสัดส่วนการกระจายคะแนนที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ โดยพบว่าคะแนนระดับ 2 ดาว มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 34% ในขณะที่คะแนน 1 ดาว และ 3 ดาว มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 22.5% เท่าๆ กัน การกระจายตัวของคะแนนในลักษณะรูปตัว P กลับด้าน (Inverse P-shaped distribution) แบบนี้ ในวงการบันเทิงจีนมักจะถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการให้คะแนนที่ไม่เป็นธรรม หรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า Tuanjian ซึ่งหมายถึงการรวมกลุ่มกันมาโจมตีเพื่อลดเรตติ้งของผลงานอย่างมีกระบวนการ
บล็อกเกอร์ชื่อดังใน Weibo อย่าง Xia ge zhuanwan shi ni mi ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยตั้งคำถามถึงความผิดปกติของการดิ่งลงของคะแนนในครั้งนี้ โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่าคะแนนที่ต่ำขนาดนี้อาจไม่ใช่ภาพสะท้อนที่แท้จริงของเนื้อหาซีรีส์ แต่เป็นผลกระทบจากการโดนถล่มรีวิวโดยกลุ่มแฟนคลับบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำให้ชัดเจนว่าในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมใดๆ ที่จะมายืนยันข้อสันนิษฐานนี้ และไม่มีการระบุชื่อกลุ่มแฟนคลับใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
ในอีกด้านหนึ่ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ชมทั่วไปหรือที่เรียกว่า Luren ต่อคุณภาพของซีรีส์ก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถมองข้ามได้เช่นกัน โดยข้อร้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดพุ่งเป้าไปที่ การดัดแปลงบทละคร เนื่องจากนิยายต้นฉบับเรื่อง Chu Hou มีความยาวถึงหลักล้านคำ แต่กลับถูกตัดทอนและบีบอัดให้เหลือเพียง 24 ตอนในเวอร์ชันซีรีส์ ส่งผลให้ทีมเขียนบทไม่สามารถเกลี่ยเนื้อหาได้ดีพอ อลหม่านจนเนื้อเรื่องกระโดด ขาดการปูภูมิหลังที่สมเหตุสมผลของตัวละคร และกลยุทธ์ทางการเมืองที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเข้มข้นดุดัน (Yinghe) กลับดูตื้นเขินเมื่อมาอยู่บนหน้าจอ แฟนนิยายต้นฉบับ (Yuanzhu fen) หลายคนจึงมองว่าผลงานชิ้นนี้โดนเปลี่ยนบทจนเสียอรรถรสเดิม หรือที่เรียกว่า Mogai
นักเขียนบทชื่อดังอย่าง Li Min ซึ่งเคยมีผลงานการเขียนบทซีรีส์ชื่อดังอย่าง Only for Love และ Legend of Fei ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักในครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงแรกของการโปรโมต ซีรีส์ได้ชูจุดเด่นเรื่องตัวละครหญิงแกร่ง (Da nüzhu) ที่มีความฉลาดและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง แต่ผู้ชมบางส่วนกลับรู้สึกว่าตัวละคร เฉาซวง (Cao Shuang) ที่รับบทโดยเฉินดูหลิง แสดงออกมาราวกับเป็นคนอ่อนแอและขาดการพัฒนาการของตัวละครในฉากสำคัญๆ ที่ควรจะทรงพลัง
นอกจากนี้ ในแง่ของการแสดงและภาพลักษณ์ภายนอกก็กลายเป็นข้อพิพาทเช่นกัน โดยฉากที่ต้องใช้อารมณ์สูงของเฉินดูหลิงถูกมองว่ายังไม่สามารถส่งพลังของความเป็นหญิงแกร่งออกมาได้ดีพอ ขณะที่ภาพลักษณ์ของโจวยีรัน รวมถึงการแต่งหน้าและคอสตูม (Zhuangzao) ก็ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบ และสิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกคือ ความขัดแย้งภายในระหว่างกลุ่มแฟนคลับของสองนักแสดงนำที่แทนที่จะร่วมมือกันช่วยกู้ชื่อเสียงของซีรีส์ กลับหันมาสาดโคลนและโยนความผิดให้กันและกัน จนทำให้การสนับสนุนจากแฟนดอมไม่แข็งแกร่งพอ
จากข้อมูลสถิติของ Yunhe ระบุว่า ดัชนีความนิยม (Redu) ของซีรีส์ Ashes to Crown เคยพุ่งทะยานไปแตะจุดสูงสุดที่ 10,008 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ว่าซีรีส์เรื่องนี้เคยเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ทว่าข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2026 พบว่าดัชนีความนิยมลดลงมาอยู่ที่ 8,316 คะแนน หรือลดลงประมาณ 17% จากจุดสูงสุด ซึ่งการลดลงของความนิยมในช่วงที่เนื้อหากำลังดำเนินเข้าสู่จุดไคลแมกซ์ก่อนจะจบในตอนที่ 24 ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างน่ากังวล
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับซีรีส์ Ashes to Crown สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศที่ซับซ้อนของการให้คะแนนซีรีส์จีนในปัจจุบัน การที่คะแนนโต้วบันร่วงลงมาอยู่ที่ 5.1 รวมถึงดัชนีความนิยมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัดในการดัดแปลงบทละครที่ทำให้แฟนนิยายต้องผิดหวัง ความเป็นไปได้ในการโดนปั่นคะแนนที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด รวมถึงความขัดแย้งของแฟนดอมที่ทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะรุนแรงขึ้น ดังนั้นการสรุปว่าเรื่องนี้พังเพราะเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเพียงอย่างเดียวจึงอาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ ในตอนที่เหลืออยู่ ซีรีส์จะสามารถกู้สถานการณ์และดึงโมเมนต์สำคัญของตัวละครตามที่เคยสัญญาไว้ในตอนแรกกลับมาได้หรือไม่ เพราะในอดีตเคยมีซีรีส์แนวประวัติศาสตร์หลายเรื่องที่สามารถพลิกคะแนนกลับมาปังได้ในช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปถึงจุดพีค ซึ่ง Ashes to Crown จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์แบบนั้นได้หรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป