ดราม่าสะเทือนวงการบันเทิงจีน! ไป๋ลู่ โดนนักเขียนแฉยับใช้อภิสิทธิ์ เทียนหลงเหริน เปลี่ยนตัวคนเขียนบทซีรีส์ใหม่ The First Jasmine กะทันหัน

ดราม่าระอุวงการซีรีส์จีน! นักเขียนบท เหมิงฉีฉี เปิดหน้าชน ไป๋ลู่ และทีมงานซีรีส์ The First Jasmine หรือ มะลิซ้อน แฉยับโดนเทบทเทกเครดิต พร้อมตราหน้าเป็
ไป๋ลู่ นักแสดงนำจากซีรีส์จีนเรื่อง The First Jasmine หรือ มะลิซ้อน เผชิญข่าวลือกรณีข้อพิพาทเรื่องบทละคร
ไป๋ลู่ ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก หลังอดีตนักเขียนบทซีรีส์ The First Jasmine ออกมาแฉพฤติกรรมใช้อภิสิทธิ์เปลี่ยนตัวทีมงานก่อนเริ่มถ่ายทำเพียงไม่นาน

The First Jasmine หรือซีรีส์จีนที่แฟนๆ รู้จักกันในชื่อ มะลิซ้อน (Mo Li) เพิ่งจะออกอากาศตอนแรกทางสถานีโทรทัศน์ CCTV-8 และแพลตฟอร์ม Tencent Video ไปได้ไม่ทันไร แต่กระแสความสนใจของสาธารณชนกลับไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาของละคร ทว่ากลับพุ่งเป้าไปที่ประเด็นอื้อฉาวครั้งใหญ่ที่มีการพาดพิงถึงนางเอกแถวหน้าของวงการอย่าง ไป๋ลู่ (Bai Lu) อย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 เหมิงฉีฉี (Meng Qiqi) นักเขียนบทละครชื่อดังได้โพสต์ข้อความยาวเหยียดหลายโพสต์ผ่านทาง Weibo เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของ ไป๋ลู่ และทีมผู้สร้างซีรีส์ โดยระบุว่า ทีมเขียนบทที่นำโดยเธอ ซึ่งใช้เวลาทำงานอย่างหนักนานถึงหนึ่งปีเต็มเพื่อปั้นบทละครเรื่องนี้ให้สมบูรณ์ กลับถูกถอดออกจากการทำงานทั้งหมดอย่างไม่เป็นธรรมในช่วงเวลาก่อนที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากนั้นตำแหน่งหัวหน้าผู้เขียนบท (Zong Bianju) ก็ถูกโอนย้ายไปให้ จ้าวหน้า (Zhao Na) หรือที่รู้จักกันในนามปากกา เซียวเซียงตงเอ๋อร์ (Xiaoxiang Donger) เข้ามารับช่วงต่อแทน

เหมิงฉีฉี เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ร่างบทละครที่ทีมของเธอเขียนขึ้นนั้น ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์นี้ผ่านการอนุมัติให้เป็นซีรีส์ระดับ S-class (S-ji) จากทางแพลตฟอร์ม และยังเป็นเหตุผลหลักที่ดึงดูดให้ผู้กำกับชื่อดังอย่าง หลินยวี่เฟิน (Lin Yufen) รวมถึงตัว ไป๋ลู่ ตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าร่วมงานในฐานะนักแสดงนำ ทว่าหลังจากซีรีส์ออกอากาศ ทีมงานของเธอ กลับได้รับเครดิตเพียงแค่เป็น ทีมร่างบทโครงสร้างแรก ในช่วงท้ายของเครดิตท้ายตอนเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นชื่อในฐานะผู้ร่วมเขียนบทในช่วงต้นเรื่อง ซึ่งถือว่าขัดต่อข้อตกลงในสัญญาที่ระบุไว้ว่าจะให้เครดิตตามสัดส่วนของผลงานที่ทุ่มเทลงไป

สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตจีนตื่นตัวมากที่สุด คือการที่ เหมิงฉีฉี เลือกใช้คำศัพท์เฉพาะกลุ่มอย่างคำว่า เทียนหลงเหริน (Tianlongren) ซึ่งเป็นคำแสลงที่มีความหมายรุนแรงถึง กลุ่มคนชั้นสูงที่มีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นและไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพื่ออธิบายถึงอิทธิพลและอำนาจมืดของ ไป๋ลู่ ภายในกองถ่าย โดยเธอกล่าวหาว่านางเอกสาวมีความสามารถถึงขั้นสั่งเปลี่ยนตัวและดึงนักเขียนบทที่ตัวเองพึงพอใจเข้ามาร่วมงานได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าผู้กำกับ หลินยวี่เฟิน เคยขอให้เธอปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้เน้นไปที่ตัวละครของ ไป๋ลู่ เป็นหลัก ซึ่งเธอมองว่านี่คือหลักฐานที่ชี้ชัดว่านักแสดงหญิงรายนี้คือศูนย์กลางของอำนาจในโปรเจกต์ ทั้งนี้ เหมิงฉีฉี พยายามติดต่อกับโปรดิวเซอร์จนถึงคืนก่อนซีรีส์ฉายเพื่อทวงถามเรื่องเครดิต แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับ เธอจึงตัดสินใจออกมาโพสต์แฉต่อสาธารณะในเช้าวันต่อมา ซึ่งจนถึงขณะนี้ ทางฝั่งของ ไป๋ลู่ และต้นสังกัดยังไม่ได้มีการออกแถลงการณ์ตอบโต้หรือชี้แจงใดๆ

อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับจากแฟนละครและชาวเน็ตจีนแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าในความเป็นจริงแล้ว นักแสดงคนหนึ่งจะมีอำนาจล้นฟ้าจนสามารถสั่งเปลี่ยนทีมเขียนบททั้งหมดได้จริงหรือ ซึ่งในระบบการทำงานของอุตสาหกรรมบันเทิง การตัดสินใจระดับนี้มักจะมาจากผู้ลงทุนหรือผู้จัดละครมากกว่า ขณะที่อีกฝ่ายกลับไปขุดคุ้ยประวัติของ เหมิงฉีฉี โดยชี้ว่าเธอเคยมีประวัติอื้อฉาวจากการเป็นผู้ริเริ่ม วรรณกรรมแวร์ซาย (Versailles Literature) ที่มักจะโพสต์โอ้อวดชีวิตหรูหราแบบประธานบริษัทแต่สุดท้ายกลับถูกจับได้ว่าเป็นเรื่องลวงโลก แถมเธอยังเคยถูกกล่าวหาเรื่องการลอกเลียนแบบผลงานของผู้อื่นมาก่อน ทำให้ความน่าเชื่อถือของเธอลดลงไปมาก นอกจากนี้ การที่เธอลบภาพสกรีนช็อตที่เป็นหลักฐานบางส่วนออกโดยอ้างว่าเป็นความลับทางสัญญา ยิ่งทำให้ชาวเน็ตแนะนำให้เธอไปฟ้องร้องตามกฎหมายแทนที่จะมาโวยวายบนโลกออนไลน์

ในมุมมองของคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละคร เคสนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังที่ใหญ่กว่านั้นในกองถ่ายซีรีส์จีน นั่นคือคำถามที่ว่า นักแสดงระดับแม่เหล็ก (Top-tier Star) ควรมีอิทธิพลและส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์มากน้อยเพียงใด หากข้อกล่าวหานี้เป็นความจริง มันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และอาชีพการงานของ ไป๋ลู่ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการแถลงไขที่เป็นทางการจากทุกฝ่าย ความจริงเบื้องหลังม่านของดราม่าเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องติดตามกันต่อไป

แชร์โพสต์: