เส้นทางการแสดงของไอดอลสาวระดับโลกอย่าง จีซู (Jisoo) สมาชิกวง BLACKPINK กลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้งในกลุ่มผู้ชมชาวเกาหลีใต้ หลังจากที่เธอได้เดินหน้าฝากผลงานการแสดงอย่างต่อเนื่องในโปรเจกต์ใหญ่อย่าง Omniscient Reader: The Prophecy ตามมาด้วย Newtopia และผลงานเรื่องล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้อย่าง Boyfriend on Demand ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมากลับนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ค่อนข้างแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
ในชุมชนออนไลน์ชื่อดังหลายแห่งของประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการตั้งกระทู้พูดถึงทักษะการแสดงของจีซูในซีรีส์เรื่องล่าสุด โดยข้อเสนอแนะและคำวิจารณ์ที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องของการแสดงออกทางสีหน้าที่ผู้ชมมองว่ายังดูไม่หลากหลายเท่าที่ควร รวมถึงการออกเสียงและการส่งบทสนทนา (Dialog Delivery) ที่บางช่วงยังให้ความรู้สึกติดขัดและไม่เป็นธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้นในฉากที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกขั้นสุด (Emotional Scenes) ผู้ชมบางส่วนกลับรู้สึกว่าเธอยังไม่สามารถส่งพลังหรือเข้าถึงบทบาทจนทำให้คนดูคล้อยตามได้ ส่งผลให้ฉากสำคัญบางฉากใน Boyfriend on Demand กลายเป็นไวรัลในเชิงลบและถูกตั้งคำถามจากผู้ชมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะนักแสดง หลายคนต่างคาดหวังและประเมินว่าจีซูมีต้นทุนที่ดีและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมากในสายงานนี้ ด้วยภาพลักษณ์และใบหน้าอันงดงามที่ตรงตามมาตรฐานความงามแบบเกาหลี (Korean Beauty Standard) อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้ชมกลุ่มหนึ่งกลับเห็นพ้องต้องกันว่า ในโลกของการแสดงนั้น รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ยังไม่สามารถปลุกชีวิตให้ตัวละครนั้นโลดแล่นออกมาได้อย่างสมจริงและมีมิติ
ในทางกลับกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชื่อเสียงระดับโลกของจีซูในฐานะสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปผู้ทรงอิทธิพล ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดีที่ทำให้บรรดาผู้จัดละครและบริษัทผู้ผลิตซีรีส์ยักษ์ใหญ่ต่างต้องการตัวเธอมาร่วมงาน เพื่อการันตีฐานผู้ชมและการขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ ทว่าเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เพราะการที่เธอได้รับบทนำในโปรเจกต์ระดับบิ๊กโปรดักชันอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้เกิดกระแสตัดพ้อจากแฟนซีรีส์บางส่วนที่มองว่า โอกาสทองเหล่านี้ควรจะถูกกระจายไปให้กับนักแสดงอาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนานและรอคอยโอกาสเสนอหน้าในบทนำมากกว่า
แม้ว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบจะยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แฟนคลับจำนวนมากรวมถึงผู้ชมบางส่วนก็ยังคงออกมาร่วมส่งกำลังใจและปกป้องไอดอลสาว โดยพวกเขามองว่าศิลปินทุกคนล้วนต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ การที่จีซูกล้าที่จะก้าวข้ามเซฟโซนจากงานเพลงมารับบทบาทที่ท้าทายในแนวทางที่หลากหลาย ถือเป็นพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นว่าทักษะการแสดงของเธอจะสามารถพัฒนาให้เฉียบคมและเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน หากได้รับโอกาสในการทำงานและเวลาในการฝึกฝนที่มากพอในอนาคต