กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียลมีเดียของประเทศจีนทันที เมื่อพระเอกซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าอย่าง เหรินเจียหลุน (Ren Jialun) ได้รับฉายาใหม่จากแฟนๆ และสื่อมวลชนว่าเป็น นักแสดงคนแรกแห่งยุคกฎระเบียบใหม่ของวงการซีรีส์จีน หลังจากที่หน่วยงานและสมาคมอุตสาหกรรมโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของจีนได้ยื่นคำขาดเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบเครดิตนักแสดง
กระแสความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ 3 สมาคมใหญ่ในอุตสาหกรรมวิทยุและโทรทัศน์ของจีน ได้ร่วมกันประกาศกฎระเบียบข้อบังคับฉบับใหม่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทอันยาวนานเกี่ยวกับ การเรียงลำดับความสำคัญของชื่อนักแสดง หรือที่แฟนซีรีส์จีนคุ้นเคยกันในระบอบ แฟนเว่ย (Fan Wei) ทั้งในละครโทรทัศน์และซีรีส์ออนไลน์
ภายใต้กฎเหล็กฉบับใหม่นี้ ซึ่งมีกำหนดการเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป การใส่รายชื่อในเครดิตของนักแสดงทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งข้อที่สำคัญที่สุดคือการบังคับให้ใช้ ชื่อจริงตามกฎหมาย ในการลงทะเบียนและขึ้นเครดิต ควบคู่ไปกับระบบการจัดเรียงลำดับที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้
ทันทีที่กฎนี้ถูกประกาศออกมา ชื่อของ เหรินเจียหลุน ก็ถูกจับตามองในวงกว้าง เนื่องจากแฟนๆ และสาธารณชนต่างทราบกันดีว่าเขามีชื่อจริงที่ไพเราะและคุ้นหูอย่าง เหรินกั่วเชา (Ren Guochao) ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เกิดความน่าสนใจในผลงานซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของเขาที่มีชื่อว่า Abyss ซึ่งมีกำหนดการจะลงจอแก้วให้แฟนๆ ได้ชมกันในเดือนกรกฎาคม 2026 นี้พอดี
ความน่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ บนโปสเตอร์เดี่ยวของตัวละครที่ทางกองซีรีส์ปล่อยออกมาโปรโมตล่าสุด ได้มีการนำร่องใช้ชื่อจริง เหรินกั่วเชา นำหน้า แล้วตามด้วยชื่อในวงการ เหรินเจียหลุน ในวงเล็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ตามระบบการนับจำนวนเส้นอักษรจีน (Stroke Count) ตัวอักษรตระกูล เหริน (Ren) มีจำนวนเส้นที่ค่อนข้างน้อย ทำให้เขามีความได้เปรียบในระบบการเรียงลำดับชื่อตามพจนานุกรมแบบใหม่อีกด้วย
จากการที่ช่วงเวลาออนแอร์ของซีรีส์ตรงกับวันเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่พอดิบพอดี ทำให้ชาวเน็ตจีนจำนวนมากต่างพากันแซวด้วยความเอ็นดูว่า เขาคือหนูทดลองคนแรกของกฎหมายบันเทิงยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบันเทิงมองว่า กฎระเบียบนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานที่โปร่งใส ลดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มแฟนคลับ และช่วยให้ผู้สร้างซีรีส์สามารถโฟกัสไปที่คุณภาพของเนื้อหามากกว่าการแย่งชิงพื้นที่บนโปสเตอร์ของเหล่านักแสดงตัวท็อปในอนาคต