กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สร้างความตกตะลึงให้กับวงการบันเทิงเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก เมื่อรายการสืบสวนสอบสวนชื่อดัง Straight ของสถานีโทรทัศน์ช่อง MBC ได้ออกมาเปิดเผยความจริงเบื้องหลังข่าวลืออื้อฉาวที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับนักแสดงระดับท็อปอย่าง คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) และอดีตนักแสดงหญิงผู้ล่วงลับ คิมแซรอน (Kim Sae Ron)
รายงานข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า คิมเซอึย (Kim Se Ui) ยูทูบเบอร์ชื่อดังซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในคุก รู้เห็นเป็นใจและทราบดีว่าหลักฐานต่างๆ ที่เขาเคยนำมาแฉนั้นเป็นของปลอมทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไฟล์บันทึกเสียงของคิมแซรอนที่ถูกนำมาอ้างอิงนั้น ถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Voice Generator นอกจากนี้ ในส่วนของภาพหน้าจอแชตข้อความที่ดูเหมือนเป็นการพูดคุยระหว่างเธอกับคิมซูฮยอน ก็พบว่าเป็นภาพที่ถูกตัดต่อและสร้างขึ้นมาเพื่อตบตาผู้ชมเช่นกัน
ความน่ากลัวของขบวนการนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น รายการยังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากแฟ้มคดีของตำรวจว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างคลิปเสียง AI ปลอมดังกล่าว ได้พยายามนำไฟล์เหล่านี้ไปติดต่อขู่กรรโชกทรัพย์กับทางเอเจนซี่และบริษัทต้นสังกัดของ คิมซูฮยอน โดยยื่นข้อเสนอเรียกร้องเงินจำนวนมหาศาลรวมถึงสิทธิ์ในการโฆษณาฟรี เพื่อแลกกับการไม่เผยแพร่ไฟล์ดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น มิจฉาชีพรายนี้ยังได้นำไฟล์เสียงเวอร์ชันอื่นๆ ไปเสนอขายให้กับช่องยูทูบแนวข่าวซุบซิบช่องอื่นๆ เพื่อเรียกรับเงินอีกด้วย
ผลกระทบจากข่าวลือที่โหดร้ายและไม่เป็นความจริงนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออาชีพการงานของ คิมซูฮยอน โดยตรง ตัวแทนทางกฎหมายของพระเอกหนุ่มได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าใจหายว่า คิมซูฮยอนต้องสูญเสียสัญญาจ้างงานโฆษณารวมถึงโปรเจกต์การแสดงภาพยนตร์และซีรีส์ไปเกือบ 20 ผลงาน ซึ่งเมื่อคำนวณมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมที่เกิดขึ้นกับตัวนักแสดงและบริษัทต้นสังกัดแล้ว คาดว่ามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านวอน (หรือประมาณ 30,000,000,000 KRW)
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ยูทูบเบอร์ คิมเซอึย ได้เป็นผู้เริ่มจุดชนวนกระแสสังคมด้วยการปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาอ้างว่า คิมซูฮยอนเคยเดตกับนักแสดงหญิงคนดังกล่าวตั้งแต่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ และได้สร้างแรงกดดันเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การกระทำดังกล่าวทำให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวเมื่อปลายเดือนที่แล้วในข้อหาแพร่กระจายข่าวปลอมและปลอมแปลงหลักฐาน ซึ่งล่าสุดศาลเกาหลีใต้ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวและปล่อยตัวชั่วคราวของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นคดีที่มีความร้ายแรงและสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นอย่างมหาศาล