กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อไอดอลหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง โชทาโร่ (Shotaro) สมาชิกวงบอยแบนด์กระแสแรง RIIZE จากค่าย SM Entertainment ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาสู่เส้นทางสายดนตรี ซึ่งเป็นประสบการณ์การทำงานพาร์ทไทม์ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและเคยถูกทำร้ายจิตใจจากลูกค้า
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา โชทาโร่ พร้อมด้วย แอนตัน (Anton) เพื่อนร่วมวง ได้ไปปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญในรายการวาไรตี้ทอล์กโชว์ชื่อดังอย่าง Salon Drip ซึ่งดำเนินรายการโดยพิธีกรสาวมากความสามารถ จางโดยอน (Jang Do Yeon) โดยในระหว่างการพูดคุย โชทาโร่ ได้ร่วมย้อนรำลึกถึงช่วงชีวิตก่อนเดบิวต์ที่เขาต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเลี้ยงชีพในประเทศญี่ปุ่น
โชทาโร่ เล่าว่า เขาเคยทำงานที่ร้านกิวด้อน (ข้าวหน้าเนื้อ) และร้านขายน้ำมะนาวในญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัด (Trainee) พวกเขาถูกเน้นย้ำเสมอว่าต้องรักษาพลังงานและความกระตือรือร้นในการบริการลูกค้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม มีเหตุการณ์หนึ่งที่เขาไม่มีวันลืมเนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างกระทบกระเทือนจิตใจ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตอนที่เขาทำงานในร้านอาหารที่ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้คนพลุกพล่านมาก โชทาโร่ ต้องรับหน้าที่ทำทุกอย่างพร้อมกันเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นการรับออเดอร์ การเสิร์ฟอาหาร รวมถึงการคิดเงิน ทำให้ในตอนนั้นเขาไม่ทันสังเกตว่ามีลูกค้ากำลังยืนรอคิวอยู่ด้านหลัง
เมื่อเขาหันกลับไป ลูกค้าคนนั้นจ้องมองมาที่เขาและแสดงท่าทางที่ไม่สุภาพและหยาบคายใส่ทันที โชทาโร่ ยอมรับว่าตอนนั้นเขาตกใจและทำอะไรไม่ถูกไปนานกว่า 10 วินาที จากนั้นลูกค้าคนดังกล่าวก็หยิบใบเสร็จขึ้นมา ทำท่าทางประชดประชันใส่เขาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป
แม้ว่าจะเป็นความทรงจำที่แย่ แต่ โชทาโร่ ในปัจจุบันกลับมองย้อนดูเหตุการณ์นั้นด้วยความเข้าใจและวุฒิภาวะที่สูงมาก โดยเขาแชร์มุมมองว่า ในตอนนั้นลูกค้าคนดังกล่าวอาจจะกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต หรืออาจจะกำลังประสบปัญหาความเครียดอย่างหนักจากที่ทำงานก็เป็นได้ จึงทำให้แสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมา
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่านี้ พิธีกรจางโดยอน ได้กล่าวชื่นชมในความใจกว้างและทัศนคติเชิงบวกของโชทาโร่อย่างจริงใจ พร้อมทั้งยกย่องว่าเขาคือผู้ใหญ่อย่างแท้จริงที่มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เช่นเดียวกับบรรดาแฟนคลับทั่วโลกที่ได้ชมรายการต่างพากันแสดงความนับถือในความคิดที่เติบโตและงดงามของไอดอลหนุ่มคนนี้ ซึ่งส่งผลให้แฮชแท็กเกี่ยวกับตัวเขาพุ่งติดเทรนด์โซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว