กลายเป็นประเด็นร้อน! แฟนคลับจีนถกเดือดดราม่า Prada ลำดับการโพสต์ภาพ หยางมี่ และ หลี่เซี่ยน บนโซเชียลอินเตอร์ไม่เท่ากันจริงหรือ

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงจีน! แฟนคลับจับตาโพสต์ของ Prada หลังงานอีเวนต์ที่เซินเจิ้น เกิดดราม่าเปรียบเทียบการปฏิบัติระหว่างตัวแม่ หยางมี่ และพร
หยางมี่ และ หลี่เซี่ยน ในฐานะ Global Spokesperson ของแบรนด์ Prada ที่งานอีเวนต์ ณ อ่าวเซินเจิ้น
แฟนคลับจีนถกเถียงเดือดประเด็น ลำดับการโพสต์ภาพ หยางมี่ และ หลี่เซี่ยน บนโซเชียลมีเดียสากลของ Prada หลังจบงานใหญ่ที่เซินเจิ้น

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนขึ้นในชุมชนบันเทิงออนไลน์ของประเทศจีนอีกครั้ง หลังจากที่แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Prada ได้จัดงานอีเวนต์ใหญ่ขึ้นที่อ่าวเซินเจิ้น (Shenzhen Bay) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ขโมยสปอตไลท์ไปจากเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่กลับเป็นประเด็นดราม่าการจับตา การปฏิบัติของแบรนด์ (Brand Treatment) ต่อสองซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าอย่าง หยางมี่ (Yang Mi) และ หลี่เซี่ยน (Li Xian)

ทั้ง หยางมี่ และ หลี่เซี่ยน ต่างมีฐานะเป็น Global Spokesperson หรือโฆษกระดับโลกของทาง Prada โดยฝ่ายชายอย่าง หลี่เซี่ยน ได้ร่วมงานกับแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2023 ในขณะที่ตัวแม่วงการละครจีนอย่าง หยางมี่ เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าร่วมงานในช่วงปลายปี 2025 จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ Prada ในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น Instagram, X (Twitter) และ Facebook ได้ลงรูปภาพของ หยางมี่ ทันทีหลังจบงาน แต่อัลบั้มภาพอย่างเป็นทางการของ หลี่เซี่ยน กลับถูกอัปโหลดล่าช้ากว่าถึง 3-4 วัน นอกเหนือจากนี้ การที่ภาพของ หม่าหลง (Ma Long) แชมป์โอลิมปิกชื่อดัง ถูกโพสต์ตัดหน้าหลี่เซี่ยน ยิ่งทำให้แฟนคลับเริ่มแสดงความไม่พอใจ

ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างไทม์ไลน์การโพสต์ของบัญชี Weibo ในประเทศจีน กับช่องทางสากล นำไปสู่การตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ (PR มูฟ) ของแบรนด์ และเรื่องราวยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อมีคนสังเกตเห็นว่า ในเวลาต่อมาบัญชี Instagram ของ Prada ได้มีการปรับเปลี่ยนลำดับการเรียงรูปภาพในกริด (Grid Sequence) ใหม่ โดยเลื่อนรูปภาพของ หลี่เซี่ยน ขึ้นมาให้อยู่ในลำดับที่เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ไฮโซสาวรายหนึ่งที่ได้เข้าร่วมงานและโพสต์ภาพคู่กับดาราทั้งสองคน ก็มีข่าวลือว่าเธอต้องซ่อนโพสต์ที่มีรูปคู่กับหลี่เซี่ยนไป เนื่องจากมียอดการเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) ในตอนแรกต่ำเกินไป

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งของบทสนทนา ชาวเน็ตและแฟนคลับจำนวนไม่น้อยมองว่า ลำดับการโพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการประสานงานทางธุรกิจตามมาตรฐานปกติ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลดทอนคุณค่าหรือสเตตัสความเป็นคนดังของใคร โดยพวกเขาเน้นย้ำว่านี่คือความร่วมมือเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การสืบทอดตำแหน่ง และทั้งคู่ต่างมาเพื่อซัพพอร์ตตลาดที่แยกจากกันอย่างชัดเจน โดยหลี่เซี่ยนดูแลในส่วนของเสื้อผ้าบุรุษ (Menswear) ส่วนหยางมี่ดูแลในส่วนของเสื้อผ้าสตรี (Womenswear)

ท้ายที่สุดแล้ว การถกเถียงที่นำโดยกลุ่มแฟนคลับในเรื่อง การปฏิบัติของแบรนด์ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเห็นได้บ่อยมากในระบบนิเวศบันเทิงของจีน (C-ent) เมื่อแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์มีผู้บริหารระดับสูงและดาราดังในมือพร้อมกันหลายคน แฟนคลับจะคอยตรวจสอบทุกรายละเอียดอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ลำดับการโพสต์ การจัดวางเลย์เอาท์ ไปจนถึงการมองเห็นในระดับโลก สำหรับแฟนๆ แล้ว การได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนจากแบรนด์ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นข้อพิสูจน์โดยตรงถึงความนิยม กระแสความนิยมในโลกดิจิทัล และมูลค่าทางการตลาดของไอดอลที่พวกเขารัก

ความละเอียดลออในการตรวจสอบของแฟนคลับจีนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอุตสาหกรรมบันเทิงจีน ที่ซึ่งสถานะความเหนือระดับของคนดังไม่ได้วัดจากผลงานการแสดงหรือซีรีส์ฮิตเท่านั้น แต่ยังวัดจากจำนวนและระดับชั้นของแบรนด์เนมที่พวกเขาเป็นพรีเซนเตอร์อีกด้วย ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ การได้ครอบครองตำแหน่งในแบรนด์หรูจึงเป็นดาต้าที่จับต้องได้ในการพิสูจน์มูลค่าทางการค้าอันทรงพลัง และความแข็งแกร่งในการยืนระยะอยู่บนจุดสูงสุดของวงการได้อย่างยั่งยืน

แชร์โพสต์: