พิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026) ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรี แต่สิ่งที่เป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์และดึงดูดสายตาจากผู้คนทั่วทุกมุมโลกมากที่สุดในขณะนี้ คงต้องยกให้กับการแสดงสุดทรงพลังของศิลปินสาวสัญชาติไทยระดับไอคอนิกอย่าง ลิซ่า (Lisa) หรือ ลลิษา มโนบาล ที่ได้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีการแข่งขันกีฬาสุดยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ
ในการแสดงครั้งนี้ ลิซ่า ได้แท็กทีมกับอีกสองศิลปินซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง อนิตตา (Anitta) และ เรมา (Rema) ร่วมกันขับร้องและวาดลวดลายในบทเพลง Goals ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ โดยตัวเพลงเป็นการผสมผสานแนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์จากสามวัฒนธรรมหลักเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น เคป็อป (K-pop) ละตินป็อป (Latin pop) และแอฟโรบีทส์ (Afrobeats) ส่งผลให้โชว์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่งดงามผ่านพลังแห่งเสียงเพลงและลูกหนัง
ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นและไลน์เต้นที่เฉียบคมทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของลิซ่า ทำให้เธอสามารถสะกดสายตาผู้ชมทั้งในสนามและที่รับชมการถ่ายทอดสดอยู่ทางบ้านได้อย่างอยู่หมัด การแสดงในครั้งนี้ได้รับคำชื่นชมจากสื่อมวลชนชั้นนำทั่วโลกว่าเป็นโชว์ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของฟุตบอลโลกยุคใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ชื่อของลิซ่าทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในการครองแชมป์เทรนด์ทวิตเตอร์ (X) ทั่วโลก รวมถึงในประเทศมหาอำนาจด้านความบันเทิงอย่างสหรัฐอเมริกาด้วย
นอกจากนี้ สื่อกีฬาและความบันเทิงชื่อดังระดับโลกอย่าง CazeTV ยังได้เปิดเผยสถิติที่น่าทึ่งว่า ในช่วงที่ลิซ่าขึ้นทำการแสดง มีจำนวนผู้ชมสดพร้อมกันสูงถึง 1.1 ล้านคน และอิทธิพลความปังของเธอยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องในฝั่งเอเชีย โดยชื่อของเธอติดเทรนด์อันดับ 1 ในหลากหลายประเทศพร้อมๆ กัน อาทิ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ความสำเร็จอันเป็นประวัติการณ์ในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นผ่านตัวเลขสถิติบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ที่ยอดรับชมคลิปการแสดงของเธอพุ่งทะยานสูงถึง 117 ล้านวิวภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และที่น่าแตกตื่นไปกว่านั้นคือ ยอดการรับชมสะสมรวมจากทุกแพลตฟอร์มทั่วโลก (Global Cumulative Views) สามารถทะลุหลัก 1 พันล้านครั้งภายในเวลาเพียง 7 ชั่วโมงหลังจากจบโชว์เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ให้เห็นว่าโชว์ในพิธีเปิดครั้งนี้ไม่ได้ดึงดูดแค่กลุ่มแฟนคลับเพลงเคป็อปเท่านั้น แต่ยังสามารถครองใจแฟนบอลและประชาชนทั่วไปนับล้านคนจากทั่วทุกทวีปได้อย่างแท้จริง