ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งวงการ K-Pop อย่าง SM Entertainment ได้ออกมาประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องสิทธิและภาพลักษณ์ของศิลปินในสังกัด โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางค่ายได้เปิดเผยว่า แผนกคดีอาญาที่ 1 ของศาลสูงศาลแดกู ได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยนามสมมติ เอ เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาจัดทำและนำวิดีโอประเภทดีปเฟก (Deepfake) ที่ตัดต่อใบหน้าของ คาริน่า (Karina) และ วินเทอร์ (Winter) สมาชิกวง aespa ในเชิงลามกอนาจารไปจัดจำหน่ายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า
นอกเหนือจากโทษจำุกแล้ว ศาลยังมีคำสั่งเพิ่มเติมให้จำเลยรายนี้ต้องเข้ารับโปรแกรมบำบัดผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศเป็นเวลา 80 ชั่วโมง พร้อมทั้งสั่งจำกัดสิทธิ์ในการเข้าทำงานในสถานบันที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และวัยรุ่น เป็นระยะเวลานานถึง 7 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้ไปกระทำความผิดซ้ำในสังคมอีกด้วย ซึ่งคำตัดสินในครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มุ่งเป้าไปที่ศิลปินหญิง
ทางด้านต้นสังกัด SM Entertainment ได้ออกมาเน้นย้ำถึงจุดยืนทางกฎหมายอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการประนีประนอมหรือยอมความใดๆ ทั้งสิ้น โดยทางค่ายใช้หลักการ นโยบายไม่ยอมความ (Zero Tolerance) ต่อการกระทำผิดทางอาญาที่ละเมิดสิทธิ์ของศิลปิน พร้อมกับระบุว่าทีมงานฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่วมกับรายงานจากกลุ่มแฟนคลับ (MY) ได้ร่วมกันรวบรวมหลักฐานและข้อมูลโพสต์ รวมถึงความคิดเห็นที่เป็นอันตรายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและชุมชนออนไลน์ต่างๆ ไว้มากกว่าหลายพันรายการแล้ว
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลหลักฐานทั้งหมดได้รับการตรวจสอบและยื่นฟ้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจในการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในขณะนี้สามารถระบุตัวตนของผู้กระทำความผิดได้แล้วบางส่วน และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในกระบวนการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ยิ่งไปกว่านั้น ทางค่ายจะยังคงเดินหน้ารวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวง aespa อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข่าวลือที่เป็นเท็จ การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ซ้ำๆ ตลอดจนการโพสต์ข้อความคุกคามทางเพศ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ถึงที่สุดในทุกกรณี