นับเป็นข่าวดีที่สุดต้อนรับเช้าวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ที่ทำให้แฟนคลับทั่วโลกต่างหลั่งน้ำตาด้วยความยินดี เมื่อเกิร์ลกรุ๊ปและบอยแบนด์ระดับแถวหน้าของวงการเคป็อปอย่าง NCT 127 ได้ตกลงปลงใจที่จะร่วมเดินทางบนเส้นทางสายดนตรีต่อไปกับค่ายต้นสังกัดเดิมอย่าง SM Entertainment หลังจากที่มีกระแสการคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องสัญญาของพวกเขามาอย่างยาวนานในช่วงก่อนหน้านี้
โดยทาง SM Entertainment ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่า สมาชิกทั้ง 7 คนของวง ได้แก่ จอห์นนี่ (Johnny), แทยง (Taeyong), ยูตะ (Yuta), โดยอง (Doyoung), แจฮยอน (Jaehyun), จองอู (Jungwoo) และ แฮชาน (Haechan) ได้ทำการจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ความผูกพันอันแน่นแฟ้นของสมาชิกทุกคน รวมถึงความไว้วางใจที่มีให้แก่กันระหว่างตัวศิลปินและบริษัทเพื่อก้าวไปสู่บทใหม่ของการทำงาน
ในเนื้อหาของแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทรู้สึกขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่คอยให้ความรักและการสนับสนุน NCT 127 มาโดยตลอด นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเปิดตัวเข้าสู่วงการเพลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2016 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่วงนี้ได้เติบโตและสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำทางวัฒนธรรมเพลงเคป็อปในระดับสากล ความทุ่มเทของสมาชิกทุกคนและความรักที่มั่นคงของแฟนคลับคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จริง และต่อจากนี้ไปทางค่ายพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมของวงอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน
นอกเหนือจากข่าวการต่อสัญญาที่ทำให้แฟนๆ ใจชื้นแล้ว NCT 127 ยังเตรียมส่งมอบความสุขแบบจัดเต็มให้สมกับที่แฟนเพลงรอคอย โดยพวกเขาได้ยืนยันกำหนดการคัมแบ็กอย่างเป็นทางการกับสตูดิโออัลบั้มเต็มชุดที่ 7 (7th Studio Album) ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งมีกำหนดปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันในวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ถือเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์เพลงฮิตอีกครั้งหลังจากที่สมาชิกบางส่วนได้แยกย้ายไปทำกิจกรรมเดี่ยวและภารกิจส่วนตัวในช่วงที่ผ่านมา
ความปังยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะบอยแบนด์สุดฮอตยังได้ประกาศเปิดตัวทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่ 5 ของวงภายใต้ชื่อสุดเท่ว่า NEO CITY – THE REDLINE ซึ่งมีกำหนดการเปิดฉากความอลังการเป็นที่แรก ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2026 ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มออกเดินทางไปพบปะกับแฟนคลับในต่างประเทศทั่วโลกต่อไป ซึ่งนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมเพลงมองว่า การประกาศข่าวใหญ่ควบคู่กันทั้งเรื่องสัญญา อัลบั้มใหม่ และคอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้มูลค่าทางการตลาดของค่ายและตัววงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังนี้อย่างแน่นอน