เกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติระดับตำนาน TWICE ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลกครั้งที่ 6 ของพวกเธอภายใต้ชื่อ THIS IS FOR โดยได้จัดคอนเสิร์ตฟินาเล่สุดอลังการเป็นเวลา 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ KSPO Dome กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางเสียงเชียร์และคราบน้ำตาแห่งความตื้นตันใจของแฟนคลับที่เดินทางมาร่วมบันทึกความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์นี้จนเต็มความจุของฮอลล์การแสดง
การเดินทางของเวิลด์ทัวร์ในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกที่เมืองอินชอนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 ก่อนที่สาวๆ ทั้ง 9 คนจะเดินทางไปมอบความสุขและความสนุกสนานให้แฟนๆ ยาวนานข้ามปี โดยมีการจัดแสดงรวมทั้งสิ้นถึง 81 รอบ ใน 44ภูมิภาคทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในเอเชีย โอเชียเนีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ซึ่งการเดินทางทัวร์มาราธอนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความทนทานและความทุ่มเทของสมาชิกทไวซ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงกระแสความนิยมที่ไม่มีวันเสื่อมคลายในฐานะศิลปินแถวหน้าของวงการเคป็อป
นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางของทัวร์ THIS IS FOR สมาชิกวง TWICE ยังได้จารึกสถิติใหม่ๆ ในฐานะผู้บุกเบิกวงการดนตรีระดับสากล โดยพวกเธอได้กลายเป็นศิลปินต่างชาติวงแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว ณ สนามกีฬาแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Stadium) ประเทศญี่ปุ่น ได้สำเร็จ และยังเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเคป็อปวงแรกที่ได้ขึ้นแสดง ณ สนามกีฬา Kai Tak Stadium ในฮ่องกง โดยการเดินสายทัวร์ในครั้งนี้สามารถดึงดูดผู้เข้าชมในแถบอเมริกาเหนือได้มากถึง 550,000 คน และทำสถิติผู้เข้าชมในประเทศญี่ปุ่นสูงถึง 640,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและฐานแฟนคลับขนาดมหึมา
สำหรับคอนเสิร์ตฟินาเล่ที่กรุงโซลในครั้งนี้ ทีมงานโปรดักชันได้เนรมิตเวทีสุดพิเศษที่เชื่อมต่อระหว่างเวทีหลักและเวทีย่อยเข้าด้วยกันเพื่อเปิดมุมมองแบบ 360 องศา พร้อมทั้งติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่สี่ด้านเพื่อให้ผู้ชมทุกคนในฮอลล์สามารถมองเห็นการแสดงได้อย่างใกล้ชิดและชัดเจนที่สุด โดยความพิเศษยังรวมไปถึงการเรียบเรียงดนตรีใหม่ทั้งหมดเพื่อบรรเลงร่วมกับวงดนตรีสดแบบไลฟ์แบนด์ เพิ่มความทรงพลังและตื่นตาตื่นใจให้กับบทเพลงฮิตตลอดการทำกิจกรรมของวง
รายการเพลงหรือเซตลิสต์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยเพลงฮิตสร้างชื่อที่แฟนๆ คิดถึง ไม่ว่าจะเป็น OOH-AHH, TT, และ What is Love? ซึ่งเรียกเสียงร้องตามจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง นอกจากนี้ยังมีการแสดงสเตจโซโล่และสเตจยูนิตพิเศษของสมาชิกแต่ละคน ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถเฉพาะตัวและเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป ซึ่งสร้างความประทับใจและเสียงฮือฮาให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากตลอดการแสดงทั้งสามชั่วโมงเต็ม
ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต สมาชิกของวงได้ร่วมกันส่งข้อความเปิดใจถึง ONCE ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการด้วยความซาบซึ้ง โดยลีดเดอร์อย่าง จีฮโย ได้กล่าวว่า เหตุผลที่พวกเราสามารถเปล่งประกายและยืนหยัดอยู่ได้แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ นั้น เป็นเพราะความรักจากวันซ์ทุกคนที่โอบกอดและสนับสนุนพวกเราอยู่เสมอจากด้านล่างเวทีแห่งนี้ ขณะที่ นายอน ได้กล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้มว่า ขอให้พวกเราสบตาและก้าวเดินไปพร้อมกันแบบนี้อีกนานๆ ขอบคุณสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีค่าและมีความหมายที่ทุกคนมอบให้ในทุกๆ วัน
เนื่องจากเป็นคอนเสิร์ตส่งท้ายทัวร์ที่แฟนคลับทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ในการแสดงรอบสุดท้ายของวันที่ 12 กรกฎาคม จึงได้มีการเปิดระบบถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้แฟนเพลงชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานที่เกาหลีใต้ได้ สามารถรับชมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนาทีประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมกัน ซึ่งการปิดฉากทัวร์ในครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดการเดินทางที่สวยงาม และเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตบทใหม่ของทไวซ์ที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ