บอยแบนด์ระดับตำนานของวงการเคป็อปอย่าง EXO ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ อีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 2 วันเต็ม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งการเดินทางมาเปิดการแสดงในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาเยือนประเทศฟิลิปปินส์ในรอบ 7 ปีของพวกเขา ทำให้ทั้งศิลปินและแฟนคลับได้ร่วมกันสร้างความทรงจำที่ล้ำค่าและสวยงามร่วมกันจนกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์
การแสดงในครั้งนี้ สมาชิกของวงอย่าง ชานยอล ไค ซูโฮ ดีโอ และเซฮุน ปรากฏตัวในชุดสีแดงและสีดำที่ดูดุดันและทรงพลัง โดยพวกเขาไม่รอช้าเปิดฉากความมันส์ด้วยเพลงเดบิวต์ระดับตำนานอย่าง MAMA ซึ่งทำหน้าที่พาราวแฟนคลับรุ่นเก่าออกเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่วันวาน ขณะเดียวกันก็พิสูจน์ให้แฟนเพลงรุ่นใหม่ได้เห็นว่าผลงานเพลงของพวกเขานั้นมีความคลาสสิกและไร้กาลเวลาอย่างแท้จริง
จากนั้นความร้อนแรงในฮอลล์ก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ EXO สาดพลังใส่ผู้ชมด้วยเพลงฮิตระดับร้อยล้านวิวอย่าง Monster, Wolf และ Overdose ซึ่งการแสดงเหล่านี้ถูกยกระดับความอลังการด้วยเอฟเฟกต์ไฟและพลุไฟบนเวทีที่จัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่ โดยทาง ซูโฮ ลีดเดอร์ของวงได้กล่าวทักทายแฟนๆ ด้วยความอัศจรรย์ใจว่า เขารู้ดีว่าแฟนๆ คิดถึงพวกเขามากแค่ไหน แต่เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าพวกเขาก็คิดถึงแฟนๆ มากยิ่งกว่า การรอคอยที่ยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว และพวกเขามีความสุขมากที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้
คอนเสิร์ตที่ใช้ชื่อว่า EXO PLANET #6 – EXhOrizon ในครั้งนี้ ถือเป็นทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ของวงที่เกิดขึ้นหลังจากห่างหายไปนานนับตั้งแต่ทัวร์ครั้งล่าสุดอย่าง EXO PLANET #5 – EXplOration ในปี 2019 โดยการกลับมารวมตัวกันในปี 2026 นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สมาชิกทุกคนได้เสร็จสิ้นภารกิจการรับใช้ชาติในกองทัพเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงการเสร็จสิ้นการทำกิจกรรมเดี่ยวของแต่ละคน ทำให้พลังงานของวงในครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความพร้อมและความคิดถึง
ด้านหนุ่ม ไค ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ตั้งแต่เพลงเปิดงานพวกเขาก็สามารถรับรู้ถึงหัวใจและกระแสความรักของแฟนๆ ได้ทันที ขณะที่ ดีโอ ได้กล่าวเสริมว่า เขาหวังว่าทุกคนจะสามารถสร้างความทรงจำที่มีความสุขร่วมกัน ซึ่งพวกเขาก็สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนๆ ได้เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาการแสดง โดยมีผู้จัดยักษ์ใหญ่อย่าง PULP Live World เป็นผู้เนรมิตความปังในครั้งนี้
นอกจากเพลงแดนซ์สุดดุเดือดแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังขนทัพเพลงฮิตตลอดอาชีพการทำงานของพวกเขามาโชว์อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น The Eve, Love Shot, Power, Don’t fight the feeling, Tempo, Ko Ko Bop, CALL ME BABY, LOVE ME RIGHT และ Growl ซึ่งทำเอาแฟนๆ ร้องตามกันเสียงดังสนั่นฮอลล์
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้แฟนละครและแฟนเพลงตื่นเต้นมากที่สุด คือการที่ EXO นำเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 ที่มีชื่อว่า REVERXE ซึ่งเพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 มาร้องสดบนเวทีเป็นครั้งแรก โดยแฟนๆ ในฮอลล์ได้มีโอกาสรับชมการแสดงสดของเพลงใหม่อย่าง Moonlight Shadows, Crazy, Back It Up, Crown, Back Pocket และ Flatline เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาที่อบอุ่นเมื่อวงหยิบเพลงโปรดของแฟนๆ อย่าง Baby, Don’t Cry, Don’t Go และ EL DORADO ขึ้นมาขับขาน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างท่าเต้นที่ทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับเสียงร้องสดที่ใสสะอาดและทรงพลังของสมาชิกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ในเส้นทางอาชีพแล้ว แต่คอนเสิร์ตนี้ก็ได้เตือนให้ทุกคนเห็นเด่นชัดถึงเหตุผลที่ทำให้ EXO สามารถยืนหยัดมาได้ไกลขนาดนี้และยังคงรักษาความนิยมได้อย่างยาวนาน นั่นคือเรื่องของดนตรีและพรสวรรค์ที่แท้จริง
ไม่ใช่แค่ฝั่งศิลปินเท่านั้นที่โชว์ของ แต่เหล่าเอ็กโซแอล (EXO-L) ชาวฟิลิปปินส์ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการร้องเพลงคลอไปตามศิลปินอย่างไพเราะ โดยแฟนๆ ได้ร่วมกันร้องเพลง Peter Pan อย่างพร้อมเพรียง และยังได้ร่วมสนุกเต้นไปกับเพลงของ EXO ซึ่งสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับสมาชิกบนเวทีเป็นอย่างมาก
ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต สมาชิกแต่ละคนได้ใช้เวลาในการเปิดใจและกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างและรอคอยพวกเขามาโดยตลอด โดย ชานยอล กล่าวว่า เขามีความสุขมากที่ EXO ได้กลับมารวมตัวกันแบบเต็มวงอีกครั้ง ขณะที่ ดีโอ บอกว่า คืนนี้เขาคงจะฝันดีมากๆ เพราะความสุขที่แฟนๆ มอบให้ในวันนี้ และขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเข้ามาเติมเต็มฮอลล์ขนาดใหญ่แห่งนี้ให้เต็มไปด้วยความรัก
ทางด้าน ไค ได้เผยความรู้สึกว่า วันนี้เป็นวันที่สมบูรณ์แบบมาก ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเอ็กโซแอลถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเขา ส่วน ซูโฮ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ตราบใดที่ทุกคนยังคงรัก EXO พวกเขาจะกลับมาหาที่มะนิลาอีกอย่างแน่นอน และปิดท้ายที่ เซฮุน ที่แอบสปอยล์ข่าวดีให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นว่า พวกเขาเพิ่งจะได้รับการชาร์จพลังมาอย่างเต็มที่ และเขารู้สึกว่าการคัมแบ็กครั้งต่อไปของวงน่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันติดตามและรอคอยผลงานใหม่ของพวกเขาด้วย
บรรยากาศในค่ำคืนนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงคอนเสิร์ตธรรมดาๆ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการเดินทางกลับมาเยือนบ้านและการรวมตัวกันของครอบครัวที่ห่างหายกันไปนาน ซึ่งสร้างความตื้นตันใจให้กับทุกคน และแน่นอนว่าแฟนๆ ต่างพากันนับถอยหลังรอคอยการกลับมาครั้งต่อไปของราชาแห่งเคป็อปวงนี้แล้ว