ATEEZ บอยแบนด์เคป็อปชื่อดังจากค่าย KQ Entertainment ยังคงสร้างความตื่นตะลึงให้กับอุตสาหกรรมเพลงระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพวกเขาสามารถพาผลงานมินิอัลบั้มชุดใหม่ล่าสุดขึ้นสู่จุดสูงสุดบนชาร์ตจัดอันดับอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกาได้อีกครั้ง ตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในผู้นำทางดนตรีของโลกยุคปัจจุบัน
ตามรายงานตัวอย่างชาร์ตของ Billboard ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ผลงานมินิอัลบั้มชุดที่ 14 ของวงที่มีชื่อว่า GOLDEN HOUR: Part.5 ได้เปิดตัวในอันดับที่ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ได้อย่างงดงาม ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เพราะพวกเขาสามารถทำยอดขายแซงหน้าผลงานเพลงใหม่ของศิลปินระดับโลกอย่าง Olivia Rodrigo ในอัลบั้ม YOU SEEM PRETTY SAD FOR A GIRL SO IN LOVE และแรปเปอร์ชื่อดัง Drake ในอัลบั้ม ICEMAN ที่ปล่อยออกมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
การขึ้นสู่อันดับ 1 ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ของ ATEEZ บนชาร์ต Billboard 200 หลังจากที่พวกเขาเคยส่งอัลบั้ม THE WORLD EP. FINAL: WILL คว้าแชมป์มาแล้วในปี 2023 และตามมาด้วยอัลบั้ม GOLDEN HOUR: Part.2 ในปี 2024 นอกจากนี้ ทางบิลบอร์ดยังได้บันทึกสถิติเพิ่มเติมว่า ATEEZ เป็นกลุ่มศิลปินที่สามารถส่งผลงานอัลบั้มเข้าสู่ท็อป 10 บนชาร์ต Billboard 200 ได้มากถึง 9 อัลบั้มติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มศิลปินที่มีอัลบั้มติดท็อป 10 มากที่สุดในบรรดากลุ่มศิลปินทั้งหมดที่ขับเคลื่อนวงการดนตรีในทศวรรษ 2020
หากเจาะลึกไปที่ระบบการคำนวณคะแนนของชาร์ต Billboard 200 ซึ่งวัดจากยอดขายอัลบั้มรูปแบบแผ่นจริง ยอดสตรีมมิ่งที่เทียบเท่ายอดขายอัลบั้ม และยอดดาวน์โหลดดิจิทัล จะพบว่าในสัปดาห์ล่าสุดนี้ ผลงานชิ้นเอกของพวกเขาสามารถทำคะแนนรวมไปได้สูงถึง 228,000 เควาเลนต์ยูนิต โดยในจำนวนนั้นเป็นยอดขายจากแผ่นจริงสูงถึง 223,000 ก๊อปปี้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้หนุ่มๆ คว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Top Album Sales ของบิลบอร์ดควบคู่กันไปด้วย และสถิติทั้งหมดนี้กลายเป็นสถิติที่สูงที่สุดในชีวิตการทำงานของวงนับตั้งแต่เปิดตัวมา
สำหรับมินิอัลบั้ม GOLDEN HOUR: Part.5 ได้ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน โดยเนื้อหาในอัลบั้มนี้มุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดช่วงเวลาที่สัญชาตญาณและความรู้สึกภายในถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเต็มที่ ตัวโปรเจกต์ประกอบไปด้วยเพลงโปรโมตหลักที่มีชื่อว่า BAD ร่วมด้วยเพลงในอัลบั้มที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางดนตรีและเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งของวง เช่น MAMACITA, TOXIN, Fallin และ Body ซึ่งได้รับกระแสชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์เพลงในเรื่องของโปรดักชันและการร้องที่ทรงพลัง
ในด้านของความสำเร็จเชิงพาณิชย์ ผลงานชุดนี้ทำยอดขายในสัปดาห์แรกไปได้ประมาณ 1.88 ล้านก๊อปปี้ ซึ่งกลายเป็นสถิติยอดขายสัปดาห์แรกที่สูงที่สุดครั้งใหม่ของวง และยังเป็นอัลบั้มชุดที่ 7 ของพวกเขาที่สามารถทำยอดขายทะลุหลักล้านแผ่น นอกจากนี้ยังสามารถกวาดอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มแบบเรียลไทม์และรายวันของแพลตฟอร์มหลักในเกาหลีใต้อย่าง Hanteo Chart, Circle Chart Retail Album Chart และ Bugs Album Chart รวมถึงการทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 31 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการเดินทางและสะสมฐานแฟนคลับในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้ในปี 2024 พวกเขาเคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นบอยแบนด์เคป็อปวงแรกที่ได้ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella ซึ่งนั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของวงเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฝั่งอเมริกาและยุโรป
ปัจจุบันสมาชิกทุกคนกำลังอยู่ในช่วงการเดินสายโปรโมตเพลงไตเติลอย่าง BAD ในรายการเพลงต่างๆ และพวกเขามีตารางงานสำคัญที่จะไปพบปะกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิดในงานแฟนมีตติ้งประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อ ATEEZ Fan Meeting ATINYS VOYAGE: TEENY MYSTERY ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ถึง 19 กรกฎาคม ณ Hwajeong Gymnasium มหาวิทยาลัยเกาหลี ในกรุงโซล ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ ที่รอคอยการเฉลิมฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ร่วมกับศิลปินคนโปรดของพวกเขา