การกลับมาที่ทุกคนรอคอย! นัมจูฮยอก นำทีม โนยุนซอ และ โชซึงอู เปิดตัวซีรีส์ปราบผีสุดระทึกขวัญ The East Palace เตรียมสตรีมทาง Netflix 17 กรกฎาคมนี้

นัมจูฮยอก คัมแบ็กงานแสดงแรกหลังปลดประจำการทหาร แท็กทีม โนยุนซอ และ โชซึงอู ในซีรีส์แฟนตาซีระทึกขวัญ The East Palace ปักหมุดลงจอทาง Netflix 17 กรกฎาคมน
นัมจูฮยอก โนยุนซอ และ โชซึงอู ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ Netflix เรื่อง The East Palace
ทีมนักแสดงนำและผู้กำกับร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์แนวสืบสวนระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ The East Palace ณ กรุงโซล ก่อนสตรีมพร้อมกันทั่วโลก

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนๆ ของพระเอกหนุ่มฮอต นัมจูฮยอก (Nam Joo Hyuk) ที่ล่าสุดพร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ความปังอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ โดยการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในซีรีส์ออริจินัลฟอร์มยักษ์จากทาง Netflix เรื่อง The East Palace ซึ่งเป็นแนวแฟนตาซีระทึกขวัญย้อนยุคที่ผสมผสานความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติและการต่อสู้สุดเดือดได้อย่างน่าติดตาม

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง Netflix ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์อย่างเป็นทางการ ณ โรงแรม Fairmont Ambassador Seoul ย่านยองดึงโพ กรุงโซล โดยมีผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ชเวจองกยู ร่วมด้วยทีมนักแสดงนำระดับซูเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็น นัมจูฮยอก, นักแสดงสาวดาวรุ่ง โนยุนซอ (Roh Yoon Seo) และนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ โชซึงอู (Cho Seung Woo) เข้าร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเข้มข้น

ซีรีส์เรื่อง The East Palace จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุคอดีตเพื่อติดตามเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีพลังเหนือธรรมชาติลึกลับ และสาวใช้ในวังหลวงผู้กุมความลับบางอย่างเอาไว้ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันสืบหาความจริงเกี่ยวกับคำสาปแช่งอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังกัดกินพระราชวังหลวง หลังจากที่ได้รับคำสั่งลับจากองค์เหนือหัวให้ตามล่าวิญญาณร้ายที่สิงสถิตอยู่ในสระน้ำหลวง ซึ่งกำลังคุกคามสายเลือดราชวงศ์อย่างลึกลับ

ในเรื่องนี้ นัมจูฮยอก รับบทเป็น 구천 (กูชอน) ชายหนุ่มผู้ลึกลับที่มีความสามารถพิเศษในการเดินทางข้ามมิติระหว่างโลกมนุษย์และโลกแห่งวิญญาณ ตัวละครนี้มีปมในอดีตที่ฝังลึกจากการสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทำให้เขากลายเป็นคนปิดกั้นตัวเองจากสังคม ไม่ไว้ใจใคร และแสดงออกทางอารมณ์ไม่เก่ง ซึ่งนัมจูฮยอกเผยว่าทันทีที่เขาได้อ่านบทภาพเหตุการณ์ความระทึกขวัญในวังก็ลอยเข้ามาในหัวทันที ทำให้เขาตัดสินใจรับบทนี้และทุ่มเทสุดตัวเพื่อถ่ายทอดตัวละครกูชอนให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

เนื่องจากเป็นผลงานชิ้นแรกหลังออกจากกรม นัมจูฮยอกจึงต้องเผชิญกับการถ่ายทำที่ทรหดอย่างมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องลงไปในน้ำ ซึ่งถ่ายทำกันทั้งในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัดจนเป็นน้ำแข็งและฤดูร้อนที่ร้อนระอุ พระเอกหนุ่มเล่าว่าการทำงานในน้ำช่วงหน้าหนาวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขาไม่เคยยอมแพ้เพราะต้องการให้ภาพออกมาสมจริงที่สุด นอกจากนี้เขายังต้องเข้าโรงเรียนฝึกแอ็กชันอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฉากต่อสู้ โดยเฉพาะฉากต่อสู้กับนางกำนัลทั้ง 13 คนในวัง ซึ่งเขาการันตีว่าผู้ชมจะได้เห็นฉากแอ็กชันที่แปลกใหม่และไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนแน่นอน

ทางด้าน โนยุนซอ รับบทเป็น 생강 (แซงคัง) นางกำนัลในวังหลวงผู้มีสัมผัสพิเศษและสามารถได้ยินเสียงของเหล่าวิญญาณได้ เธอได้รับบัญชาจากพระราชาให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของกูชอน แต่ท้ายที่สุดเธอกลับกลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญและคอยช่วยเหลือเขาในยามที่เขาต้องเดินทางเข้าสู่โลกวิญญาณ โดยโนยุนซอเผยว่านี่เป็นซีรีส์แนวเหนือธรรมชาติและซีรีส์ย้อนยุคเรื่องแรกในชีวิตของเธอ ซึ่งบทบาทนี้ท้าทายจินตนาการของเธออย่างมาก และเธอก็ตกหลุมรักในความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และมีความกระตือรือร้นของตัวละครแซงคังตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้อ่านบท

ขณะที่นักแสดงระดับปรมาจารย์อย่าง โชซึงอู มารับบทเป็น พระราชา ผู้แบกรับภาระอันหนักอึ้งของแผ่นดิน โชซึงอูเล่าถึงเหตุผลที่รับเล่นเรื่องนี้ว่า เขารู้สึกสะดุดตาตั้งแต่เห็นบทที่ระบุชื่อตัวละครของเขาเพียงแค่คำว่า พระราชา โดยไม่มีชื่อตัวประกอบอื่น และการผสมผสานระหว่างแนวสืบสวน แอ็กชัน และแฟนตาซีเข้าด้วยกันอย่างลงตัวคือสิ่งที่ดึงดูดใจเขามากที่สุด ซึ่งสิ่งที่เขาโฟกัสเป็นพิเศษคือการแสดงให้เห็นถึงความโดดเดี่ยวของกษัตริย์ที่ต้องปกครองบ้านเมืองไปพร้อมๆ กับความทุกข์ทรมานจากการเสี่ยงที่จะสูญเสียโอรสองค์เล็กและองค์สุดท้ายของตนเอง

ไฮไลต์สำคัญของซีรีส์อยู่ที่การพัฒนาความสัมพันธ์ของ กูชอน และ แซงคัง จากตอนแรกที่ทั้งคู่แทบจะไม่เข้าใจกันเลยเนื่องจากภูมิหลังและบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่เมื่อต้องร่วมมือกันสืบสวนและเผชิญหน้ากับอันตรายในวังหลวงที่หากขาดใครไปคนใดคนหนึ่งก็อาจจะไม่รอดชีวิต ประสบการณ์เฉียดตายเหล่านั้นทำให้พวกเขาเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของกันและกัน ซึ่งโนยุนซอได้ฝากให้แฟนๆ ช่วยลุ้นและติดตามว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน

นอกจากนี้ ผู้กำกับชเวจองกยูยังได้กล่าวเสริมถึงความพิถีพิถันด้านโปรดักชันว่า ทีมงานลงทุนสร้างฉากเดียวกันขึ้นมาสองเวอร์ชันและถ่ายทำในสถานที่เดียวกันทั้งช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน เพื่อสร้างความแตกต่างทางทัศนียภาพที่ชัดเจนระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ รวมไปถึงการออกแบบรูปลักษณ์ของผีและสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในเรื่องที่ยังคงอิงตามตำนานพื้นบ้านของเกาหลี แต่ปรับเปลี่ยนให้มีความสากลเพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึงได้ง่าย โดยมีผีที่ชื่อว่า Kkeomeoksari เป็นตัวที่ทีมนักแสดงชื่นชอบมากที่สุดเพราะมีความน่ารักและเสน่ห์ที่คาดไม่ถึงจนอาจกลายเป็นมาสคอตตัวใหม่ของแฟนๆ ทั่วโลก

ในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว ทีมนักแสดงได้ฝากข้อความทิ้งท้ายเพื่อเรียกน้ำย่อย โดยโชซึงอูแย้มว่าสระน้ำในวังที่ดูนิ่งสงบนั้น แท้จริงแล้วซ่อนใจกลางพายุที่พร้อมจะระเบิดความตื่นเต้นให้ผู้ชมได้ลุ้นจนนั่งไม่ติด ขณะที่นัมจูฮยอกกล่าวปิดท้ายเพื่อความสบายใจของแฟนๆ ที่กลัวความสยองขวัญว่า แม้ตัวอย่างจะดูน่ากลัว แต่ความหลอนในเรื่องมีเหตุและผลรองรับที่สมเหตุสมผล ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะนอกเหนือจากความน่ากลัวแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังมอบประสบการณ์งานภาพแอ็กชันที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่คุ้มค่าแก่การรับชมตั้งแต่ต้นจนจบอย่างแน่นอน

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ความระทึกขวัญและร่วมลุ้นไปกับการไขปริศนาคำสาปในวังหลวงได้ในซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ The East Palace มีกำหนดสตรีมมิงอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ทางแพลตฟอร์ม Netflix เท่านั้น

แชร์โพสต์: